ข่าว (News) นานาปศุสัตว์ (Animal News) สุกร (Pig)

จับพ่อค้าลอบค้าซาก “หมูกี้” ส่งร้านอาหารดังกรุงเทพ – ปศุศาสตร์ นิวส์

ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล สน.บางโพงพาง และเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบเรียบร้อย เขตยานนาวา นำหมายศาลเข้าตรวจสอบและจับกุมพ่อค้าลักลอบนำซากหมูเล็กแช่แข็ง (หมูกี้) ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ จำนวน 366 ตัว มูลค่ากว่า 3.6 แสนบาท เก็บรวบรวมไว้ในห้องเย็นภายในโกดังไม่มีเลขที่ ย่านช่องนนทรี แล้วนำส่งขายตามร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งในกรุงเทพฯ หวั่นเป็นหมูกี้ลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน เสี่ยงแพร่เชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรง

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ ขอหมายศาลอาญาและร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล บางโพงพาง และเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบเรียบร้อย เขตยานนาวา เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 26 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา พบว่ามีห้องเย็นภายในโกดัง เพื่อเก็บรวบรวมซากหมูเล็กแช่แข็งไม่ทราบแหล่งที่มา แล้วลักลอบขนย้ายใส่รถยนต์เพื่อส่งขายให้กับร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีหมูหันเป็นเมนูหลักจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มารับประทานอาหาร

ผลการตรวจค้นในห้องเย็น พบซากหมูเล็กแช่แข็งอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าของไม่สามารถแสดงหลักฐานระบุแหล่งที่มาของซากหมูเหล่านี้ได้ จำนวน 336 ซาก มูลค่ากว่า 3.6 แสนบาท เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไทในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อหาในการกระทำความผิด 3 มาตรา คือ มาตรา 24 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 แต่ละมาตรามีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ปฏิบัติการครั้งนี้ ตรวจพบซากหมูเล็กแช่แข็งจำนวนมากที่เจ้าของไม่สามารถนำหลักฐานแหล่งที่มาและไม่มีเอกสารหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบจากพนักงานตรวจโรคสัตว์มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ จึงมีความผิดตามกฎหมาย และทำให้มีความเสี่ยงต่อเชื้อโรคระบาดปะปนมากับซากสัตว์ ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดซากหมู 362 ตัว และเก็บตัวอย่างซากหมู 4 ตัว ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อทำการตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ชัด รวมถึงตรวจพิสูจน์เชื้อโรคปนเปื้อนและตรวจดีเอ็นเอ หากผลการตรวจสอบพบว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้านจะถูกดำเนินคดีเพิ่ม รวมถึงขยายผลเพื่อให้ถึงตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการลักลอบนำเข้าต่อไป ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มงวด เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่อาจแพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของไทยอย่างรุนแรงได้ กรมปศุสัตว์จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในระดับสูงสุด” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบ

 

 

Please follow and like us:
error132
Pasusart News
Magazine Online ชั้นนำด้านปศุสัตว์
http://pasusart.com