ข่าวประชาสัมพันธ์ (Newsletter)

น่าจับตา! การค้าภาคปศุสัตว์อินโด-เวียดนาม พร้อยเผยธีมใหม่อิลเด็กซ์ – ปศุศาสตร์ นิวส์

เอเซียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคใหญ่ของเอเซียที่มีการเจริญเติบโตสูงและมีโอกาสทางธุรกิจมากมายสำหรับธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ดังที่สังเกตได้จากการเลือกจัดงานแสดงสินค้าที่สำคัญอย่าง วิฟ เอเชีย ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยมาแล้วกว่า 32 ปี  นอกจากประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียยังมีอีก 2 ประเทศ คือ ประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกัน จึงทำให้บริษัทวีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดรายเดียวกันกับผู้จัดงาน วิฟ เอเซีย ตระหนักถึงความสำคัญของสองประเทศดังกล่าว นำมาสู่การจัดงาน ‘อิลเด็กซ์’ ซึ่งจัดทุกๆ สองปีในประเทศอินโดนีเซีย (ในปีที่ลงท้ายด้วยเลขคี่) และในประเทศเวียดนาม (ในปีที่ลงท้ายด้วยเลขคู่) นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) เป็นต้นมา

ทางผู้จัดงาน จึงได้เรียนเชิญตัวแทนจากภาครัฐจากทางประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม มาร่วมงาน ILDEX Kick Off’ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ห้องประชุมไนล์ 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพ ในงานนี้ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ดอกเตอร์ มูลัดโน บาซาร์ (Prof.Dr.Ir. Muladno Basar, MSA) เลขาธิการสำนักงานปศุสัตว์และสุขภาพสัตว์ กระทรวงเกษตรแห่งประเทศอินโดนีเซีย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เหงียน วาน ดุก (Associate Professor, PhD. Mr.Nguyen Van Duc) หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาคมปศุสัตว์เวียดนาม พร้อมกับ คุณปนัดดา ก๋งม้า หัวหน้าสายงานธุรกิจปศุสัตว์ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก จาก บริษัทวีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค (ผู้จัดงาน) มาเป็นวิทยากรรับเชิญเพื่อบรรยายให้ข้อมูลต่างๆ ทั้งภาพรวมธุรกิจในสองประเทศนี้และเผยธีมใหม่ที่ทางอิลเด็กซ์จะเปิดตัวในปี 2019-2020 ปิดท้ายด้วยการลงนามในบันทึกการประกาศความร่วมมือในโครงการเทคโนโลยีด้านอาหารของอินโดนีเซีย (FoodTech Indonesia) อย่างเป็นทางการ

ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ มูลัดโน บาซาร์ Prof.Dr.Ir. Muladno Basar, MSA, เลขาธิการสำนักงานปศุสัตว์และสุขภาพสัตว์ กระทรวงเกษตรแห่งประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 250 ล้านคน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า เกษตร และอาหาร จำนวนประชากรดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาอาหารและทรัพยากรไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มีแนวโน้มที่ความต้องการสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประชากรยังคงเพิ่มมากขึ้นทุกปี รัฐบาลของประเทศอินโดนีเซียจึงตั้งกฏระเบียบและนโยบายเพื่อส่งเสริมให้บรรดาเกษตรกรในพื้นที่มีแนวทางการพัฒนาธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการลงทุนของอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศ มุมมองของภาคเกษตรและปศุสัตว์ อินโดนีเซียมีการเติบโตอุตสาหกรรมการผลิตไก่พันธุ์แท้ ที่ไม่มีการผสมนอกสายพันธุ์ ได้รับความสนใจและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคเนื้อและฟาร์มโคนม ซึ่งจะมาจัดแสดงในงานอิลเด็กซ์ เช่นเดียวกัน”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เหงียน วาน ดุก (Associate Professor, Ph.D. Mr.Nguyen Van Duc) หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาคมปศุสัตว์เวียดนาม กล่าวว่า “กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการอย่างแข็งขันและส่งเสริมกิจกรรมภาคการผลิตเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมในปี พ.ศ. 2562 ในเวียดนามมีความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในปริมาณสูงเนื่องจากคนมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเมืองและอุตสาหกรรมก็ขยายตัวมากขึ้นด้วย การเกษตรของเวียดนามเป็นภาคอุตสาหกรรมหลักที่จะทำการส่งออกในปีหน้า ซึ่งปี พ.ศ. 2561 มียอดการส่งออกประมาณ 42,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ในปัจจุบันเวียดนามกำลังเผชิญสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (AFRICAN SWINE FEVER) ซึ่งระบาดอยู่ในภาคเหนือของประเทศ ทางกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามพยายามอย่างหนักในการให้คำแนะนำเกษตรกรในท้องถิ่นที่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนติดกันประเทศจีนต้นต่อของการระบาด และออกมาตรการควบคุมการซื้อขาย การชำแหละ การขนส่งทั้งสุกรและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูในประเทศอย่างรัดกุม เพื่อกำจัดขอบเขตการระบาดของโรคให้มากที่สุด ดังนั้นความท้าทายที่สำคัญในตอนนี้ก็คือการจัดการกับภาวะวิกฤตและเรียกความมั่นใจของนักลงทุนทั่วโลกกลับมา”

ในมุมมมองของผู้จัดงานที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งจากงานวิฟ เอเชีย (VIV Asia), งานอิลเด็กซ์ (ILDEX) และงานประชุมวิชาการที่เกี่ยวกับกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ คุณปนัดดา ก๋งม้า หัวหน้าสายงานธุรกิจปศุสัตว์ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ผู้ดูแลโครงการ ให้ความเห็นว่า “อิลเด็กซ์ (ILDEX) เป็นงานแสดงเทคโนโลยีและสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำที่เน้นความสำคัญของตลาดอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งการจัดงานในสองประเทศเรามีความพร้อมและเชี่ยวชาญอย่างยิ่งเพราะเรามีพันธมิตรการจัดงานผู้มีประสบการณ์และชำนาญตลาดใน 2 ประเทศ โดยมีจุดเด่นในเรื่องของการเข้าใจตลาดภายในประเทศ การบริการที่มีความยืดหยุ่น ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสร้างเครือข่ายด้านปศุสัตว์ที่แข็งแกร่ง

อิลเด็กซ์ (ILDEX) ประสงค์จะเน้นย้ำและสื่อสารข้อมูลสำคัญที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ อิลเด็กซ์(ILDEX) ปรับเนื้อหา, เทคโนโลยี และเครือข่ายที่มาพร้อมกับมืออาชีพของเราให้เข้ากับความต้องการในประเทศ เราปรับแต่งงานบริการของเราให้เข้ากับความต้องการของทุกฝ่ายเพื่อทำให้ผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมนี้สามารถบรรลุเป้าการเจริญเติบโตและขยายกิจการของพวกเขาได้ ในการจัดงานครั้งล่าสุดของงานทั้งสองนี้ มีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ย 8,910 คน และมีบริษัทชั้นนำประมาณ 200 เข้าร่วมงาน ซึ่งกว่า 90% เป็นนักลงทุนในประเทศ เพราะเรามีหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งอย่างเปอร์มาตา เครอาซิ มีเดีย (Permata Kreasi Media) (ซึ่งรับผิดชอบดูแลตลาดในประเทศอินโดนีเซีย) และบริษัท มินห์ วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซ์เมนท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (Minh Vi Exhibition and Advertisement Services Co., Ltd.) (ซึ่งรับผิดชอบดูแลตลาดในประเทศเวียดนาม)”

ธีมใหม่ของงานอิลเด็กซ์ อินโดนีเซีย (ILDEX Indonesia 2019)

18-20 กันยายน ค.ศ.2019 (พ.ศ. 2562) ที่ศูนย์การประชุมอินโดนีเซีย (ICE), กรุงจาการ์ตา, ประเทศอินโดนีเซีย

ธีมใหม่จะเป็นเรื่อง การจัดการของเสีย ซึ่งจากการรายงานข่าวพบว่าในปีค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ประเทศอินโดนีเซียสร้างขยะพลาสติกถึง 3.2 ล้านตัน ในขณะที่ขยะพลาสติกจำนวนกว่า 1.3 ล้านตันมีจุดจบอยู่ในแม่น้ำและมหาสมุทร ด้วยกลยุทธ์ที่ขาดประสิทธิภาพในการจัดการของเสียทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่ผลิตขยะพลาสติกมากที่สุด และเป็นประเทศที่สร้างมลภาวะด้านขยะในทะเลมากเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย ในการรับมือกับภาวะวิกฤตด้านของเสียนั้นรัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าต้องลดของเสียให้ได้ 70% ภายในปีค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ผลที่ตามมาก็คือ มีความจำเป็นที่ต้องจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนโดยวิธีการจัดการกับปัญหาจะมาจากแนวคิดของคนในประเทศและขับเคลื่อนโดยชุมชน เช่น ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำมาใช้กับการจัดการของเสียที่สามารถเข้าถึงได้และราคาประหยัด ดังนั้นงานอิลเด็กซ์ อินโดนีเซีย 2019 (ILDEX Indonesia 2019) ก็จะมีนิทรรศการเรื่องการจัดการของเสียแสดงภายในงานนิทรรศการด้วย

ธีมใหม่ของงานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2020 (ILDEX Vietnam 2020)

18-20 มีนาคม 2020 (พ.ศ. 2563) ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมไซง่อน (SECC), กรุงโฮจิมินห์, ประเทศเวียดนาม

ธีมใหม่จะเป็นเรื่อง ‘การแปรรูปเนื้อสัตว์’ การบริโภคเนื้อสัตว์จากปศุสัตว์ในประเทศเวียดนามมีการเติบโตอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมาโดยเพิ่มจาก 3.5 ล้านตันในปีค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เป็น 3.6 ล้านตันในปีค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) และมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 4.5 ล้านตันในปีค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) และเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆในอาเซียน เวียดนามได้ทำตามกลยุทธ์การเติบโตด้วยการส่งออกและกลายเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่ มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่ระดับการมีรายได้ที่สูงขึ้นโดยการนำเสนอสินค้าเพิ่มมูลค่ามากขึ้นและส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศที่มีรายได้สูง มีความต้องการด้านเทคโนโลยีทันสมัยในการแปรรูปสัตว์น้ำและเนื้อสัตว์เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อสิ่งต่างๆ เข้าที่เข้าทางแล้วและมีการตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในระดับสูง บริษัทที่สามารถส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและนักลงทุนที่มองเห็นอนาคตได้ชัดเจนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของเวียดนามก็มีสิทธิคว้าโอกาสอันหอมหวานนั้นไปครองได้

ถ้าคุณกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศทั้งสอง กรุณาติดต่อฝ่ายพัฒนาตลาดระหว่างประเทศ (International Market Developer) ได้ที่ ildex@vnuexhibitionsap.com หรือเข้าชม www.ildex-indonesia.com และ www.ildex-vietnam.com | หรือโทร 02-6700900

 

กองบรรณาธิการ
Magazine Online ด้านปศุสัตว์
http://pasusart.com