ข่าว (News) ข่าวประชาสัมพันธ์ (Newsletter) สุกร (Pig)

บุกทลายโรงเชือดหมูเถื่อนกระบี่และนครศรีธรรมราช หวั่นเป็นแหล่งระบาดโรค – ปศุศาสตร์ นิวส์

กรมปศุสัตว์ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด บุกจับโรงฆ่าหมูเถื่อนจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดกระบี่ ยึดหมูมีชีวิต และซากหมูที่กำลังชำแหละ มีความผิดตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และ พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าลักลอบฆ่าสัตว์ผิดกฎหมาย เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคส่งผลต่อสุขภาพ อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคถึงแก่ชีวิตได้

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า มีการลักลอบฆ่าชำแหละหมูเพื่อจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต และสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ และจังหวัดกระบี่ จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จึงได้จัดทีมเข้าตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สารวัตรจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ด่านกักกันสัตว์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ออกดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย เข้าตรวจค้นสถานที่ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฆ่าหมูตามที่ได้รับการแจ้งเบาะแสร้องเรียน เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 ผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 และตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 กรมปศุสัตว์จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดี เจ้าหน้าที่สารวัตรจึงได้ยึดของกลางประกอบด้วย ซากหมู หมูมีชีวิต และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ มูลค่า 2.2 แสนบาท มีรายละเอียดดังนี้

– จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 2 แห่ง พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อ ข้อหาที่ 1 ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ (หมู) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาที่ 2 ฆ่าสัตว์โดยไม่แจ้งการฆ่าต่อพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 31 ซึ่งมีโทษปรับตามรายตัว หมูตัวละไม่เกิน 2 หมื่นบาท พร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลางประกอบด้วย ซากหมูจำนวน 4 ตัว และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์

– จังหวัดกระบี่ (แห่งแรก) พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อ ข้อหาที่ 1 ประกอบกิจการฆ่าสัตว์ (หมู) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาที่ 2 ฆ่าสัตว์โดยไม่แจ้งการฆ่าต่อพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 31 ซึ่งมีโทษปรับตามรายตัว สุกร ตัวละไม่เกิน 2 หมื่นบาท พร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลางประกอบด้วย ซากหมูจำนวน 4 ตัว และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์

– จังหวัดกระบี่ (แห่งที่สอง) พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ตามประกาศจังหวัดกระบี่ เรื่อง กำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคปากและเท้าเปื่อย ในสัตว์จำพวกโค กระบือ แพะ แกะ สุกร หมูป่า กวาง และช้าง รวมถึงน้ำเชื้อสำหรับผสมพันธุ์ และประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราว ตามมาตรา 22 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับพร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลางประกอบด้วย หมูมีชีวิตที่ขังอยู่ในคอกอีก 15 ตัว ที่กำลังรอเชือด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการเข้าตรวจค้นจับกุมการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการปราบปรามโรงฆ่าสัตว์เถื่อนและการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากสัตว์ที่นำมาฆ่านั้น จะไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ ไม่มีการตรวจสอบใดๆ ไม่ได้ผ่านการตรวจโรคมาก่อน และผ่านกระบวนการฆ่าสัตว์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้มีความเสี่ยงที่เนื้อสัตว์ถูกชำแหละแล้วไปวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคปนเปื้อนเชื้อโรคสูง มีความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคระบาดติดต่อไปยังผู้บริโภคได้ หรืออันตรายจากสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะ เป็นต้น อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

นอกจากนี้การไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ที่นำมาฆ่า อาจเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของเชื้อโรคระบาดสัตว์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคอหิวาต์แอฟริกันสุกร (African Swine Fever : ASF) ขณะนี้เกิดการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทยด้วย อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของไทยอย่างรุนแรงได้กรมปศุสัตว์จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในระดับสูงสุด ส่วนของกลางที่เป็นซากสัตว์ทางกรมปศุสัตว์จะทำลายโดยการฝังหรือเผาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับให้โรงฆ่าสัตว์มีมาตรฐานเดียวกัน สร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค หากพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) “DLD 4.0” ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการ ตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com