ข่าว (News) นานาปศุสัตว์ (Animal News) วิชาการปศุสัตว์ (Livestock Article) สัตว์เคี้ยวเอื้อง (Ruminant)

ปากและเท้าเปื่อย (FMD)โรคอุบัติซ้ำที่เกษตรกรควรรู้ – ปศุศาสตร์ นิวส์

“โรคปากและเท้าเปื่อย” หรือที่ทุกคนเรียกกันคือ “โรค FMD” หรือ “โรคกีบ” เป็นโรคหนึ่งที่สร้างปัญหาให้กับเกษตรกรมาช้านาน บ้างก็เรียกกันว่า “โรคประจำถิ่น” เพราะมีรายงานการระบาดทุกปี โดยเฉพาะโค กระบือ และสุกร ซึ่งโรคดังกล่าวนี้มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ของไทยเป็นอย่างมาก ทั้งความเสียหายด้านผลผลิตและการจำหน่าย ฉะนั้นมาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน

โรคปากและเท้าเปื่อย?

โรคปากและเท้าเปื่อย หรือ FMD (Foot and Mouth Disease) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสพบได้ในสัตว์ที่มีกีบคู่เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ และกวาง ยกเว้นม้า ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมีอยู่หลายชนิดและหลายสายพันธุ์ ปัจจุบันมี 7 ชนิดคือ ชนิด A,O, C, SAT 1, SAT 2, SAT 3 และAsia 1 สำหรับในประเทศไทยพบ 3 ชนิดคือ ชนิด A, O และ Asia 1 

เชื้อไวรัสแต่ละชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคปากและเท้าเปื่อยนั้นจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคซึ่งกันและกัน ดังนั้นสัตว์ที่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคเฉพาะชนิด O จะสามารถเกิดโรคที่เกิดจากชนิด A และAsia 1

การติดต่อของโรคจากสัตว์สู่สัตว์

โรคนี้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์ได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกทั้งยังแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยเฉพาะกับสัตว์ที่ไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคจะติดโรคจากสัตว์ที่ป่วยได้โดยง่าย การติดต่อของโรคสามารถเกิดขึ้นได้ 2 ทางคือ

1. การได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนมากับยานพาหนะที่ใช้ในการบรรทุกสัตว์ คน เสื้อผ้า รองเท้า สัตว์เลี้ยง อาหาร หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ภายในคอกสัตว์

2. การสัมผัสจากสัตว์ป่วยโดยตรง หรือสิ่งขับถ่ายจากสัตว์ป่วย เช่น น้ำนม น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ของเหลวจากตุ่มใส สัตว์ป่วยสามารถขับไวรัสออกมาได้แม้จะไม่แสดงอาการป่วย หรืออยู่ในระยะฟักตัวของโรค สำหรับสัตว์ที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันไว้แล้ว เมื่อไวรัสติดต่อเข้าไปจะไม่มีผลทำให้สัตว์แสดงอาการของโรค แต่สัตว์ตัวนั้นจะมีเชื้ออยู่ในตัว ซึ่งหมายถึงว่าสัตว์ตัวนั้นจะเป็นพาหะของโรคได้

การติดต่อสู่คน

โรคนี้สามารถแพร่กระจายมาสู่คนได้ ตามหลักการแล้วคนจะติดเชื้อจากโรคนี้ได้ทางผิวหนังที่มีบาดแผล ซึ่งจะติดต่อโดยตรงทางเยื่อบุเมือก หรือการดื่มนมที่ไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์มาก่อน แต่อาการของโรคที่เกิดกับคนจะไม่รุนแรงและไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งเท่าที่ผ่านมายังไม่พบเหตุการณ์ที่ว่าโรคปากและเท้าเปื่อยที่เกิดกับสัตว์ติดต่อมาสู่คน

อาการของโรค

ในระยะแรก หลังจากได้รับเชื้อไวรัสปากและเท้าเปื่อย 2 – 8 วัน สัตว์จะมีไข้ ซึม เบื่ออาหาร เกิดเม็ดตุ่มใสที่เยื่อบุภายในช่องปากหรือลิ้น หรือเหงือก หลังจากนั้นตุ่มใสจะแตก และเนื้อเยื่อจะลอก ทำให้สัตว์เจ็บปาก กินอาหารลำบากจนกระทั่งกินอาหารไม่ได้

ในระยะที่สอง เชื้อจะเข้าสู่กระแสโลหิตและกระจายไปทั่วร่างกาย ผิวหนังที่เท้าจะบวมแต่ง มีน้ำเหลืองขังอยู่ภายในแล้วแตกออกเป็นแผล มักพบบริเวณไรกีบหรือซอกกีบ ซึ่งอาจเปื่อย ลอกคราบ และอาจทำให้ขาสัตว์เสียได้ นอกจากนั้นหากเกิดในโคนมจะทำให้อัตราการให้นมลดลง และจะหยุดให้นมในที่สุด หากเกิดในโคเนื้อและสุกรจะทำให้สัตว์น้ำหนักลด มีผลให้เกษตรกรสูญเสียทั้งเงินและเวลาในการเลี้ยง และหากเกิดในสัตว์ที่กำลังท้อง อาจทำให้สัตว์เกิดการแท้งและมีปัญหาการผสมไม่ติดได้

การควบคุมและป้องกันโรค

1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

2. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคปากและเท้าเปื่อย โดยการฉีดวัคซีนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

3. การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์

4. การทำลายสัตว์ป่วย

ขอบคุณ : สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม

Please follow and like us:
error132
Pasusart News
Magazine Online ชั้นนำด้านปศุสัตว์
http://pasusart.com