ข่าว (News) สุกร (Pig)

ผู้เลี้ยงหมู วอนรัฐลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง หลังต้นทุนภาคปศุสัตว์สูงขึ้น – ปศุศาสตร์ นิวส์

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ – นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติทวงถามกรมการค้าภายในลดภาษีกากถั่วเหลือง 0% แม้ไม่มาก แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้ผู้เลี้ยงยามต้นทุนการเลี้ยงสุกรไตรมาส 3/2564 แตะ 80.03 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับเกษตรกรซื้อลูกหมูเข้าเลี้ยง ในขณะที่กำลังการบริโภคลดลงมากช่วงการระบาดของโควิด-19

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้กล่าวถึงปัจจุบันต้นทุนในการดูแลส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางชีวภาพสูงขึ้นมากในระดับฟาร์ม และต้นทุนอาหารสัตว์ที่พูดกันอยู่เสมอๆ ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงประสงค์ดูแลพืชอาหารสัตว์ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย โดยล่าสุดคณะอนุกรรมการต้นทุนของ Pig Board ประเมินต้นทุนการเลี้ยงสุกรประจำไตรมาสที่ 3/2564 แยกเป็น 2 กรณี

1) กรณีซื้อลูกสุกรมาเลี้ยงขุน เดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 ที่ 78.31 บาทต่อกิโลกรัม และประมาณการไตรมาส 3 เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2564 ที่ 80.03 บาทต่อกิโลกรัม

2) ต้นทุนการผลิตสุกรขุน แบบที่ 2 กรณีผลิตลูกสุกรเอง ของเดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 เฉลี่ยที่ละ 70.13 บาทกิโลกรัม และประมาณการของเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2564 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 71.55 บาทต่อกิโลกรัม

คุณสุรชัยได้กล่าวในเชิงการบริหารราคา ต้นทุนการเลี้ยงสุกรเป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงเข้าใจปัญหาของอุตสาหกรรมดี ทั้งการเป็นอาหารโปรตีนที่ต้องดูแลการบริโภคของพลเมืองของประเทศ การเป็นห่วงโซ่อาหารที่ต้องรองรับพืชผลทางการเกษตร การลดอากรนำเข้ากากถั่วเหลืองอาจไม่มาก อย่างน้อยก็สะท้อนว่ารัฐบาลได้ทำอะไรบ้างให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร

การลดภาษี 2% ของกากถั่วเหลือง (การนำเข้าภายใต้ WTO ในโควตา อัตราภาษีร้อยละ 2) จะส่งผลต่อต้นทุนกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั้งระบบ เพราะจะมีการส่งผ่านต้นทุนไปต่อๆ กัน โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์ ประกอบด้วย

ผู้นำเข้าที่ผ่านหน่วยงานที่มีสิทธิ์นำเข้าทั้ง 11 ราย รวมทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยสมาชิกสมาคมจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าตามจำนวนอากรขาเข้าที่คำนวณตามจำนวนนำเข้าตามสิทธิ์ที่รับโอนจากสมาคมฯ ที่นำไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์

ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่นำเข้าจากการรับโอนสิทธิ์ โดยประโยชน์ที่ได้สำหรับอากรขาเข้าที่ลดลง จะไปลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ที่จะไปเป็นส่วนลดราคาอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่จำหน่ายให้กับเกษตรกร 

เมื่อราคาขายกากถั่วเหลืองนำเข้าลดลง จะส่งผลให้กากถั่วเหลืองจากผู้ประกอบการนำเข้าถั่วเหลือง (เพื่อนำน้ำมันออก) จะต้องปรับราคาลงตามกากถั่วเหลืองนำเข้า

ปริมาณกากถั่วเหลืองที่ใช้ในภาคปศุสัตว์และภาคการประมง (บางส่วน) ประมาณ 5.0 ล้านตันต่อปี เป็นภาคการเลี้ยงสุกรเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1.5 ล้านตัน คิดเป็นส่วนแบ่งจากประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมในการลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรประมาณ 390 ล้านบาทต่อปี

1. การประเมินประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นการประเมินเชิงปริมาณ ซึ่งการเข้าถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหรือไม่ หรือเกรงว่าประโยชน์จะไปกระจุกตัวกับกลุ่มใดนั้น เป็นการประเมินเชิงคุณภาพที่ไม่สามารถแจงออกให้ชัดเจนได้ โดยเมื่อมีการลดอากรนำเข้าลงตามที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรร้องขอ การกระจายตัวของประโยชน์จะเป็นไปตามหัวข้อที่แจกแจงเชิงปริมาณ

2. กรณีการตั้งข้อกังวลว่าเกษตรกรทั้งหมดจะไม่ได้รับประโยชน์ ที่จะทำให้เป็นเหตุให้กรมการค้าภายในไม่พิจารณานั้น ขอเปรียบเทียบกับการให้ความร่วมมือของภาคผู้เลี้ยงสุกรในการจำหน่ายสุกรขุน เช่น ไม่เกินกิโลกรัมละ 80 บาท การจะประเมินว่าผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ได้ประโยชน์เท่าไร อย่างไร ไม่สามารถแจกแจงเชิงคุณภาพได้เช่นกัน ถึงแม้การวิเคราะห์เชิงปริมาณจะสามารถพึงกระทำเชิงสมมติฐานราคาต้นทางสุกรขุนสู่ปลายทางราคาจำหน่ายปลีกเนื้อสุกรได้ก็ตาม โดยธุรกิจอาหารพร้อมรับประทานจากเนื้อสุกรไปไกลมากกว่าราคาเนื้อสุกรนานแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าภาครัฐจะเข้าไปจัดการอะไรได้

3. กรณีถ้ามีการขอความร่วมมือคุมราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่กรมการค้าภายในจะใช้มาตรการขอความร่วมมือคุมราคา ทั้งๆ ที่มักขอความร่วมมือกับภาคปศุสัตว์เสมอมา โดยที่ทุกฝ่ายขอให้ปล่อยราคาให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งจะลดปัญหาการถูกมองจากภาคปศุสัตว์ถึงการเลือกปฏิบัติ ซึ่งในความเป็นจริงภาคปศุสัตว์สามารถเลือกที่จะยืนกรานให้กลไกตลาดทำงานจะดีกว่า และไม่รับนโยบายการขอความร่วมมือก็สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาภาคปศุสัตว์จะมีความรับผิดชอบสูงกับการช่วยลดภาระของผู้บริโภคในยามราคาตลาดสุกรขุนขยับสูงขึ้น และจะบริหารจัดการกันเองเป็นส่วนใหญ่ในช่วงราคาตกต่ำ

4. การประเมินราคาที่ลดลงกิโลกรัมละ 1 บาทของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากการใช้ปีละประมาณ 1.5 ล้านตัน ของภาคการเลี้ยงสุกรจะทำให้ลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรได้เท่ากับ 1,500 ล้านบาทต่อ 1 บาทต้นทุนข้าวโพดอาหารสัตว์ที่ประหยัดได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

สรุปประโยชน์ที่จะได้รับสำหรับการลดต้นทุนอาหารสัตว์ 2 กรณี

1. ลดอากรขาเข้าลงเหลือ 0% จำนวนประมาณ 390 ล้านบาทต่อปี

2. กรณีมีการคุมราคาสูงสุดข้าวโพดเกรดอาหารสัตว์ (ถ้าทำได้) จะได้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรที่สามารถลดลงได้ จำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี ที่คำนวณ ณ ลดได้ 1 บาทต่อกิโลกรัม

3. รวมข้อ 1,2 เท่ากับ 1,890 ล้านบาท จากผลผลิต 22 ล้านตัว ลดได้ 1,890/22 เท่ากับ 85.91 บาทต่อตัว หรือ ลดลงเพียงกิโลกรัมละ 0.85 บาท

ในขณะที่ภาคปศุสัตว์ต้องแบกภาระต้นทุนในทุกสปีชี่ส์ เสียงส่วนใหญ่ต่างพร้องกันคือ ไม่เรียกร้องอะไรมาก ถ้ากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ปล่อยให้ราคาสินค้าภาคเกษตรทุกชนิดทั้งพืชไร่ ปศุสัตว์ ประมง ให้เป็นไปตามกลไกของตลาด เพราะพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีบทบัญญัติที่ถูกต้องเป็นธรรมอยู่แล้ว ไม่ควรใช้นโยบายใดๆ ที่นอกเหนือกฎหมายบัญญัติ เลิกตระหนกกับข่าวช่วงหมูแพงไข่แพง เพราะทุกสถานการณ์มันมีคำตอบและระยะเวลาของมัน โดยกลไกตลาดจะทำงานเข้าสู่สมดุลเองเสมอ

Pasusart News
Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com