ข่าว (News) สัตว์ปีก (Poultry)

“สยามบรอยเล่อร์” ไก่เนื้อสายพันธุ์ไทย รสชาติเด่น หนึ่งเดียวที่ต้องลอง!! – ปศุศาสตร์ นิวส์

“สยามบรอยเล่อร์” (Siam broiler / BL-120) ไก่เนื้อสายพันธุ์ไทยที่ถูกพัฒนาสู่ตลาดอุตสาหกรรมไก่เนื้อ โดยดร.มานิจ วิบูลย์พันธุ์ ผู้พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ไก่เชิงการค้า ที่มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว ตอบโจทย์เกษตรกรผู้เลี้ยง สร้างทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค

กว่าจะเป็น “สยามบรอยเล่อร์” ในวันนี้ ต้องย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2553 ได้พัฒนาพันธุ์ไก่ออกมา โดยใช้ชื่อว่า ไทยเบตงลูกผสม” หรือ BL-110  การเจริญเติบโตและต้นทุนใกล้เคียงกับไก่เนื้อทั่วไป มีลักษณะเนื้อนุ่มคล้ายกับไก่เนื้อสยามบรอยเล่อร์ในปัจจุบัน ต่างกันที่รสชาติเนื้อที่ขาดความหอมหวานชวนรับประทาน ทำให้ผู้จัดจำหน่ายพยายามผลักให้ราคารับซื้อเท่ากับไก่เนื้อทั่วไป ราคาขึ้น-ลงตามสภาพตลาด จึงทำให้ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต เพราะไก่ไทยเบตงลูกผสมให้ไข่น้อยกว่าไก่เนื้อทั่วไป และเปอร์เซ็นต์การฟักออกต่ำกว่า จึงต้องยุติการผลิตลง

แล้วหันมาพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มเติมเพื่อให้มีลักษณะรสชาติที่โดดเด่นกว่าไก่ทั่วไปทุกสายพันธุ์ และให้แม่พันธุ์สามารถผลิตไข่ได้มากกว่า 200 ฟอง/แม่/ปี แต่ยังคงลักษณะปริมาณเนื้อ การเจริญเติบโต ต้นทุนการเลี้ยง และระยะเวลาการเลี้ยงเท่ากับไก่เนื้ออุตสาหกรรม พร้อมผลักดันสยามบรอยเล่อร์เข้าสู่อุตสาหกรรมไก่เนื้อ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและแชร์ส่วนแบ่งการตลาด

“กว่า 18 ปี ในการพัฒนาไก่เนื้อสยามบรอยเล่อร์ หากเทียบกับอย่างอื่นอาจจะเป็นระยะเวลาที่แสนยาวนาน แต่หากมีความมั่นใจบวกกับความตั้งใจที่มีจุดหมายชัดเจน และสนุกกับสิ่งที่ทำบางครั้งก็ทำให้เราลืมระยะเวลาไปได้ ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือ ความภาคภูมิใจ”

ลักษณะและคุณสมบัติเด่นของ “สยามบรอยเล่อร์ / BL-120”

1. ลักษณะภายนอกเหมือนไก่ทั่วไป ขนสีขาวตลอดทั้งตัว

2. แข้งและปากสีเหลือง

3. หงอนจักร

4. หน้าอกกว้าง

5. น่องและสะโพกใหญ่

6. คอสั้น หัวเล็ก

7. ลำตัวใหญ่และยาว

8. ตับ หัวใจ และปอดใหญ่ เมื่อเทียบกับไก่พันธุ์อื่น หรือมีขนาดเท่าไก่ชนสายบราซิล

9. นิ้วเท้ายาวกว่าไก่เนื้ออุตสาหกรรมสายพันธุ์อื่น

10. หนังจะมีสีเหลือง และมีลักษณะบางกว่าไก่ทั่วไปทุกสายพันธุ์ แต่แข็งแรง ทนทานต่อการขีดข่วน เนื่องจากมีการสะสมไขมันใต้ชั้นผิวหนังน้อยกว่ามาก

11. กล้ามเนื้อแข็งแรง เส้นเนื้อเป็นสีขาวและเป็นเส้นยาว โดยเฉพาะเนื้อหน้าอกและสันนอก

12. ไขมันสะสมในเส้นเนื้อ และช่องท้องน้อยมาก

13. เนื้อเหนียวนุ่ม หอม และหวาน โดดเด่นกว่าไก่ทุกสายพันธุ์ ซึ่งแทบไม่ต้องใช้เครื่องปรุง

14. ระยะเวลาในการเลี้ยง 50 วัน ที่น้ำหนักจับ 3.0-3.4 กก.

15. FCR -2.17 ตอนอายุ 50 วัน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพอาหารและการจัดการ)

16. แม่พันธุ์ให้ไข่เฉลี่ยมากกว่า 200 ฟอง/ปี

17. แม่พันธุ์ให้ไข่ฟองแรก อายุ 5.5 เดือน น้ำหนัก 2.6-3.0 กก. พ่อพันธุ์หนัก 3.4-4.0 กก.

18. โตเต็มวัยปลดระวางที่อายุ 22 เดือน ตัวเมียหนัก 3.5-4.3 กก. ตัวผู้หนัก 5.0-5.8 กก.

19. นิสัยเชื่อง กินอาหารเก่งโดยไม่ต้องกระตุ้นให้กินอาหาร ทนทานต่ออากาศร้อนได้ดีกว่าไก่เนื้อทั่วไป

จุดเด่นของ สยามบรอยเล่อร์ / BL-120

ไก่เนื้อ สยามบรอยเล่อร์ / BL-120 มีการปรับปรุงพันธุ์ให้มีความแตกต่างจากสายพันธุ์อื่น โดยนำข้อดีของไก่แต่ละสายพันธุ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภครวมอยู่ในไก่ตัวเดียว โดยคำนึงถึงทั้งกระบวนการผลิตตั้งแต่เกษตรกรให้สามารถเลี้ยงได้ง่ายขึ้น ใช้ต้นทุนด้านการจัดการและการใช้ยาปฏิชีวนะน้อยลง ความเสียหายน้อย พ่อค้า (คนที่แปรรูป) จะได้คุณภาพซากที่ดี ไขมันหรือส่วนที่เป็นเศษเนื้อน้อยลง เปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำน้อยมาก และสำคัญที่สุดคือ ผู้บริโภคจะได้รับประทานไก่เนื้อที่มีรสชาติหอมหวาน ไขมันต่ำ ได้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม และปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง

และที่ดีกว่าคือ ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของพันธุกรรมนี้ได้โดยไม่ต้องนำเข้าอีกต่อไป เพราะได้มีการทดสอบใช้แม่พันธุ์สยามบรอยเล่อร์ผสมกับพ่อพันธุ์สายอื่นๆ ที่มีในอุตสาหกรรมไก่เนื้อ เช่น อาร์เบอร์ เอเคอร์ส (Arbor Acres) , คอบบ์ (Cobb) , รอส (Ross) เป็นต้น พบว่าประสิทธิภาพที่ได้ไม่แพ้ต้นสายพ่อ แต่จะได้รสชาติที่ดีกว่าเดิม หรืออาจจะด้อยกว่าตัวพันธุ์แท้ของสยามบรอยเล่อร์เล็กน้อย

“ไก่เนื้อสยามบรอยเล่อร์ / BL-120 สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมไก่เนื้อได้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างของเนื้อไก่ส่งออกของไทย สร้างทางเลือกใหม่ที่อร่อย และปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค ลดการนำเข้าสายพันธุ์ไก่จากต่างประเทศ อาจจะเป็นผู้ส่งออกไก่ไปยังต่างประเทศแทน จุดประกายและสร้างความหวัง แรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรและบรีดเดอร์ทั่วไป ว่าสิ่งที่ยากใช่ว่าจะทำไม่ได้ แค่มีความตั้งใจและพยายาม ท้อได้แต่อย่าถอย ช่วยกันหาสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเข้ามาทดแทนสิ่งที่มีอยู่ อนุรักษ์กับการพัฒนาต้องคู่กันเสมอ อย่าทำให้เส้นแบ่งทางความคิดเป็นอุปสรรคในการทำงาน และช่วยกันคิดถึงส่วนรวมให้มาก” ดร.มานิจ กล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ดร.มานิจ วิบูลย์พันธุ์ โทร. 081-195-3908

Pasusart News
Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com