สัตว์ปีก (Poultry)

อำนาจ เรียนสร้อย  นำ “แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม” สู่ตลาดเกษตรอินทรีย์ – ปศุศาสตร์ นิวส์

เกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกร รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นงานที่ไม่มีข้อจำกัดทางด้านความคิดและความสามารถ อีกทั้งยังเป็นงานที่สามารถเกิดการต่อยอดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

คุณอำนาจ เรียนสร้อย เจ้าของ “แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม”

หลายคนมักเกิดคำถามว่า เรียนจบสูงๆ มีงานทำที่ดีได้ แต่ทำไมถึงกลับมาทำอาชีพเกษตร? ซึ่งจะมีสักกี่คนมองเห็นศักยภาพของการทำเกษตรที่มีความยั่งยืน อย่างคุณอำนาจ เรียนสร้อย อดีตผู้จัดการฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อในต่างประเทศ เรียนจบด้านสัตวศาสตร์ จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ผู้ที่ขีดชะตาชีวิตบนเส้นทางสายเกษตรที่เขาเลือกเดิน เพื่อพิสูจน์คำว่า “ผมมาเป็นเกษตรกรที่ไม่ใช่แค่การเลี้ยงชีพให้อยู่รอดไปวันๆ”  ให้เป็นที่ประจักษ์และประสบความสำเร็จ

คุณอำนาจย้อนเส้นทางชีวิตการทำงานให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบมีโอกาสได้ทำงานในฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ ดูแลโรงฟักไข่ และส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายของบริษัทหนึ่งในประเทศจีน ทำได้ 6 ปี โดยก่อนที่จะไปทำงานในต่างประเทศนั้น ทางบริษัทได้ให้โอกาสศึกษาดูงานทุกสายธุรกิจของบริษัทในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านฟาร์ม โรงงานแปรรูป โรงเชือด หรือแม้กระทั่งร้านค้าปลีก จึงสะสมประสบการณ์ต่างๆ ไว้พอสมควร

หลังจากที่ได้ทำงานระยะหนึ่งค้นพบว่าไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการ จึงตัดสินใจลาออกเพื่อกลับมาเรียนต่อปริญญาโท ด้านโภชนศาสตร์สัตว์ (Nutrition) โดยต้องการต่อยอดจากพื้นฐานความรู้และประสบการณ์เดิม แต่เมื่อเรียนได้ปีแรกงานด้านวิชาการก็ยังคิดว่าไม่ใช่วิถีชีวิตที่ต้องการ จึงเริ่มทำวิจัยเกี่ยวกับไก่เนื้อตั้งแต่เทอม 2 เพื่อจะได้เรียนจบเร็วขึ้น กระทั่งอยู่ปี 2 ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น เลยมาทดลองทำนาโดยการปลูกข้าวจำนวน 9 ไร่ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง เพราะเกิดความสงสัยว่าทำไมชาวนาถึงไม่รวยสักที 

“เมื่อเริ่มทำนาก็เริ่มตั้งข้อสังเกตและเปลี่ยนแนวความคิดว่าจะทำอย่างไรถึงลดต้นทุนได้ โดยที่ประสิทธิภาพการให้ผลผลิตยังคงเดิม ปีแรกก็ค้นพบว่ามีรูปแบบการทำอย่างหนึ่งที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อปุ๋ยหรือซื้อยามาใส่นาข้าว ที่สำคัญสามารถสร้างตลาดของตัวเองได้ด้วย นั่นคือการทำรูปแบบเกษตรอินทรีย์”

ช่วงแรกยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจในการทำเกษตรอินทรีย์มากนัก จึงไปเรียนรู้กับอาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ และโรงเรียนชาวนา ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า “ปราชญ์ชาวนา” ซึ่งได้เรียนรู้ทั้งการทำงาน หลักการและแนวคิด ทำให้ทราบว่าหัวใจสำคัญของเกษตรอินทรีย์คืออะไร แล้วสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง  จึงขยายพื้นที่ในการทำนาเพิ่มขึ้นพร้อมกับทำโรงสีข้าวขนาดเล็ก ทว่าในกระบวนการสีข้าวนั้นมีของเหลือเป็นจำนวนมาก จึงมองว่าสามารถนำไปต่อยอดได้ดีกว่าการจำหน่ายหรือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ จึงเลี้ยง “ไก่ไข่” เพื่อนำรำข้าวและปลายข้าวมาเป็นอาหาร

 

“เกษตรกรรม” ธุรกิจที่ทำกำไรได้

พอเรียนจบปริญญาโทก็ก้าวเข้าสู่การเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยตั้งชื่อฟาร์มว่า  “แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 23 ม.11 ต.บางระกำ อ.บางเลน จ.นครปฐม ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โดยเริ่มจากการทำนาข้าวอินทรีย์ เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ ตามลำดับ “การทำเกษตรอินทรีย์นั้นมองว่าสามารถพึ่งพาตัวเองได้ โดยใช้ทรัพยากรพื้นฐานที่มีเป็นจุดเริ่มต้นและนำมาต่อยอด โดยตระหนักถึงความมั่นคงและยั่งยืนในการทำอาชีพนี้ ขณะเดียวกันเมื่อพึ่งพาตัวเองได้แล้วก็มีโอกาสที่ดีกว่าเกษตรกรที่ยังพึ่งพาตัวเองไม่ได้”

หลักคิด คือ มองสิ่งรอบตัวให้มีคุณค่า มองเห็นความยั่งยืนในทรัพยากรที่มี ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ และสภาพแวดล้อม พื้นที่ทำนาต้องรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่มีทั้งหมดและจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในตัวของมันเอง ซึ่งมูลค่าที่ได้เพิ่มมานั้นก็คือ มูลค่าผลผลิตของการทำเกษตรอินทรีย์จะมีราคาสูงกว่าผลผลิตทั่วไป

สำหรับการเลี้ยงไก่ในแนวทางปศุสัตว์อินทรีย์ จะเห็นได้ว่ามาตรฐานจะมีจากหลายภาคส่วน ซึ่งทางฟาร์มจะยึดหลักมาตรฐานกรมปศุสัตว์ แต่ยังไม่สามารถเป็นอินทรีย์ 100% ได้  เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดไม่สามารถหาหรือผลิตเองได้ ซึ่งจะแตกต่างกับการเลี้ยงแบบระบบอุตสาหกรรม ส่วนสายพันธุ์ไก่เนื้อและไก่ไข่ที่เลี้ยงยังคงเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับฟาร์มในระบบอุตสาหกรรม โดยซื้อลูกไก่ (Day Old Chick) ที่พึ่งฟักเข้ามาเลี้ยง โดยมีระยะฟักเลี้ยงเพื่อให้ไก่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ นอกจากนี้ยังเลี้ยงไก่พ่อ-แม่พันธุ์ตะเภาทอง เกษตรศาสตร์ เพื่อจำหน่ายอีกด้วย

“ทางฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ 500 ตัว แบ่งเป็น 2 ฝูง เปอร์เซ็นต์การให้ไข่อยู่ที่ 75-80% สูงสุดที่สามารถทำได้อยู่ที่ 90% ส่วนต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 70%  ไก่เนื้อจะเลี้ยงไว้ 6 รุ่น เพื่อจำหน่ายตามความต้องการของตลาดจำนวน 100 ตัว/สัปดาห์ โดยน้ำหนักเฉลี่ยที่ 1.5-2 กก./ตัว”

การเลี้ยงไก่เนื้อจะไม่มีการทำวัคซีนแต่อย่างใด เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงที่สั้น โดยจะเน้นระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคระบาด ส่วนไก่ไข่จะทำวัคซีนพื้นฐานที่กรมปศุสัตว์กำหนด เช่น นิวคาสเซิล หลอดลมอักเสบ และโรคฝีดาษ หลักจากแม่ไก่ให้ไข่แล้ว จะทำวัคซีนหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่และนิวคาสเซิลทุก 4  เดือน

สำหรับสินค้าบางตัวที่ใช้เสริมให้ไก่กิน จะตรวจสอบโดยพื้นฐาน อย่างเช่น โปรไบโอติก (Probiotics) ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เคมีสังเคราะห์ แต่เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ยีสต์ (Yeast) ดูถึงกระบวนการผลิตและที่มาที่ไปได้ว่าขั้นตอนไหนที่อาจมีการใช้สารเคมี หรือการตรวจสอบย้อนกลับก่อนตัดสินใจ เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้สามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและใช้ได้ในระบบการผลิตของทางฟาร์มโดยที่ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของสารเคมี

หากพูดถึงการทำเกษตรอินทรีย์จะว่ายากก็ยาก แต่คำว่ายากในที่นี้คือ ถ้าใจเกษตรกรเจ้าของฟาร์มยังคงยึดติดกับระบบการผลิตแบบเดิมๆ หรือยึดติดกับผลผลิตที่จะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ มองว่านี่คือสิ่งที่ยาก แต่การทำเกษตรอินทรีย์คือการไม่ยึดติด เหมือนหลุดออกนอกกรอบเดิมๆ ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องที่ง่าย สบายๆ

แต่ความยากของการเลี้ยงแบบอินทรีย์อยู่ที่ “การจัดการ” เพราะการเลี้ยงไก่ค่อนข้างมีพาหะนำโรคมากแทบทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นนก หนู ซึ่งมีความเสี่ยงสูง และยังมีสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ผลผลิตที่ได้ก็แปรผันตามไปด้วย แม้กระทั่งสุขภาพไก่เองก็เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ท้าทายว่าจะสามารถดูแล ป้องกัน และจัดการให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไร

“เพราะเราเป็นนักสัตวบาล ฉะนั้นเราจะรู้ว่าปัจจัยไหนที่ทำให้ไก่ป่วย ก็แค่ป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น ซึ่งมันก็คือความท้าทายของนักสัตวบาลทุกคนที่จะต้องเจอ เกาะติดกรมอุตุนิยมวิทยา คอยติดตามพยากรณ์อากาศว่าช่วงไหนอากาศเป็นอย่างไร พายุจะเข้าวันไหน จะได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมือ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความสูญเสียให้น้อยที่สุด จึงต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา”

เกษตรอินทรีย์วิถีแห่งความสุข

การทำเกษตรอินทรีย์เชิงพาณิชย์นั้น อันดับแรกสามารถกำหนดชีวิตของตัวเองได้ว่าอยากหยุดวันไหน ทำงานวันไหน ซึ่งต่างจากการทำงานประจำที่ไม่สามารถหยุดได้เลยถ้าหัวหน้าไม่อนุญาต สามารถดีไซน์ชีวิตได้ ซึ่งอาจเป็นแนวทางชีวิตที่ใครหลายคนค้นหาหรือวางแผนไว้ในอนาคต และที่สำคัญมีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว

“เราสามารถแพลนงานไว้ได้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง จะไปเที่ยวไหนบ้าง มันอาจเป็นคอมฟอร์ทโซนที่บางทีมนุษย์เงินเดือนอาจจะก้าวข้ามไม่ได้ แต่ถ้าเราลองก้าวออกจากพื้นที่รูปแบบเดิมๆ ก็อาจได้เจอชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ในส่วนของรายได้นั้นสามารถตั้งเป้าหมายว่าแต่ละเดือนอยากหาเงินได้เท่าไหร่ เดือนไหนอยากได้มากก็ทำมาก เดือนไหนมีธุระหรือติดงาน ทำน้อยก็ได้น้อยหน่อย ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ เพียงแค่มีวินัยในตัวเอง”

ผลิตภัณฑ์ จาก แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม

ภูมิใจกับเส้นทางที่เลือก

จากวันที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายเกษตรนี้ ไม่มีวันไหนที่คิดว่าเดินมาผิดทาง คิดเสมอว่ามาถูกทางแล้ว เพราะสิ่งที่ทำมันสามารถต่อยอดได้อีกไกลและยังมองไม่เห็นว่าตรงไหนคือทางตัน หรือข้อจำกัด นี่คือความพิเศษของอาชีพนี้ที่เริ่มจากหลักคิดง่ายๆ คือ การมองสิ่งที่อยู่รอบตัวเราว่ามีอะไร อย่างเช่น มีที่นาก็เริ่มจากการทำนาก่อน ส่วนด้านปศุสัตว์ในเมื่อเรียนมาและรักในด้านนี้  มีประสบการณ์ทางด้านนี้ก็นำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทีแรกครอบครัวก็ไม่เห็นด้วย ยังคงคิดเหมือนคนทั่วไปว่า อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ไม่สามารถทำให้มีชีวิตที่ดีได้ พอทำได้ระยะหนึ่งคนในครอบครัวมองเห็นถึงความตั้งใจ ทำงานไม่หยุด คิดสิ่งใหม่ๆ ตลอด มีการต่อยอดไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเกิดความมั่นใจขึ้น

แพลนงานโรงตัดแต่งต่อยอดธุรกิจ

ในการทำธุรกิจเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น “โรงตัดแต่ง” ที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิต ซึ่งทางฟาร์มได้แพลนงานไว้และอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน เนื่องจากเมื่อก่อนจะจ้างโรงตัดแต่งที่ได้มาตรฐานผลิตผลิตภัณฑ์ให้ ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตของทางฟาร์มสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะมีค่าใช้จ่ายจากการขนส่ง บางครั้งรอคิวนาน ทำให้เสียโอกาสในการทำธุรกิจ และเพื่อพัฒนาให้เติบโตอีกระดับหนึ่ง จึงจำเป็นต้องสร้างโรงตัดแต่งขึ้นต่อยอดธุรกิจของทางฟาร์ม

“ยุคนี้เป็นยุคที่เกษตรกรต้องเรียนรู้ ปรับตัว เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้ การทำเกษตรก็จะยั่งยืน แต่ถ้าเรายังไม่ปรับตัว ยังทำอะไรแบบเดิมๆ หวังพึ่งพาระบบเดิมๆ สุดท้ายการทำเกษตรก็จะไปไม่รอด” คุณอำนาจกล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณ : คุณอำนาจ เรียนสร้อย

“แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม” 23 ม.11 ต.บางระกำ อ.บางเลน จ.นครปฐม 73130

โทร. : 087-166-9177  Line ID : z479105

สนับสนุนโดย : บริษัท สยาม อะกริ ซัพพลาย จำกัด

386 ถนนศรีนครินทร์  แขวงหนองบอน  เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250 ประเทศไทย

โทร. : 0-2185-6598-99  แฟกซ์ : 0-2059-9820

Email : contact@siamagrisupply.com

Website : www.siamagrisupply.com

Line @ : siamagrisupply

FB : siamagrisupply.SAS

สนใจคลิกเลย….

Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com