ข่าว (News) วิชาการปศุสัตว์ (Livestock Article) สุกร (Pig)

ไทยจะก้าวข้ามวิกฤต ASF ได้อย่างไร? – ปศุศาสตร์ นิวส์

“คงจะไม่มีวิกฤตไหน​ ที่จะร้ายแรงที่สุด​ในวงการหมู​ เท่ากับวิกฤต ASF​ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้อีกแล้ว”

จากสถานการณ์​การระบาดของโรคอหิวาต์​แอฟริกา​ใน​สุกร​ หรือ​ African Swine Fever (ASF) ในภูมิภาคเอเชีย​ มีการรายงานอย่างเป็นทางการแล้วทั้งหมด​ 6​ ประเทศ​ ได้แก่​ จีน​ มองโกเลีย​ เวียดนาม​ กัมพูชา​ เกาหลี​เหนือ​ และล่าสุด​ ประเทศลาว​ จากทั้ง 6 ประเทศ มีการทำลายหมูไปแล้วหลายล้านตัว​ และจำนวนหมูที่ลดลงจากปัญหานี้คาดการณ์​ว่าอาจจะมากถึง​ 200​ ล้านตัวในจีน ถือเป็นจำนวนที่มากและยากจะคาดเดาว่าจะลดลงไปอีกเท่าไหร่ถ้าสถานการณ์​โรคไม่​คลี่คลาย เนื่องจากปัญหาการหยุดพักเลี้ยงหมูจากฟาร์มที่เกิดโรค​ การเลิกหรือหยุดทดแทน​ฝูงเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนย้าย การเลิกขยายฝูง​ การเลิกสร้างฟาร์มใหม่​ และการเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นเพราะกลัวโรคระบาด เป็นต้น​ เหตุการณ์​เหล่านี้ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรของไทยและภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างมาก

เเม้ว่า​ทางกรมปศุสัตว์​และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรและหน่วยงานอื่นๆ​ ที่เกี่ยวข้อง​ของประเทศไทยจะพยายามนำเสนอข่าวสาร​และข้อมูลว่า​ เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน​ จะพยายามทำงานอย่างเต็มที่​ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้โรคนี้เข้าประเทศไทย​ บางท่านถึงกับบอกว่า​ประเทศไทยมีความพร้อมและได้เปรียบที่สุดแล้ว​ แต่ก็ยังไม่ทำให้ผู้เลี้ยงคลายความกังวลลงได้​ เพราะโรคก็ยังระบาดไม่หยุด​ ใกล้ที่สุดตอนนี้ที่จะมีโอกาสเข้าประเทศไทยได้แก่​ เขตตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา​ และ​ เขตชายแดนไทย-ลาว​ ระยะทางรวมกันเกือบ​ 2,000​ กิโลเมตร​ คงเป็นการยากที่กำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลได้ทั่วถึง​ แม้ว่าปัจจุบันจะสามารถสกัดกั้น​เอาไว้ได้เพราะความพยายามร่วมมือกันของคนไทยอย่างสุดฤทธิ์​สุดเดช​ แต่อนาคต​ก็ยังมีโอกาสพลาดขึ้นมาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง…

อยากให้คนไทยทุกคนเร่งเห็นความสำคัญ และร่วมมือกันทุกฝ่าย ช่วยกัน​คนละไม้คนละมือ​ ไม่ใช่เปิดดูข่าวคราวว่าระบาดถึงจุดนั้นจุดนี้จากอินเตอร์เนตหรือเว็บไซต์ต่างๆ เพียงอย่างเดียว​ ต้องออกไปทำหน้าที่ของแต่ละคน​ ทำเท่าที่เราทำได้​ และไม่ต้องว่า​ หรือกล่าวหาคนอื่น​ และก็ไม่ต้องสนใจคนที่กล่าวหาว่าเราทำไม่ดี​ ทำไม่ถูกต้อง​ ให้เราทำหน้าที่ของเราไป​ให้เต็มที่ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ​ แต่พอรวมกันเข้า​ ก็จะเป็นผลงานชิ้นใหญ่​ ที่เราอาจคาดไม่ถึงก็ได้​ ถึงขั้นสามารถปกป้องอาชีพการเลี้ยงหมูของไทย โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย​ที่มีถึงเกือบ 180,000​ ราย​ ที่ถือว่า​เป็นจุดเสี่ยงที่สุดสำหรับโรคนี้

การก้าวข้ามวิกฤต ASF เราจะหวังพึ่งระบบป้องกันโรคอันยอดเยี่ยม​ นักวิชาการฝรั่งที่ชื่อเสียงโด่งดังระดับแนวหน้าของโลกก็ไม่มีประโยชน์​ ถ้าแค่กฏ 10 ข้อห้าม​ เรายังทำกันไม่ได้ 100% ขอให้เชื่อมั่น​ในพลังของชาติเรา​ พลังของคนไทย เเล้วเราจะไม่ผิดหวังแน่นอน

วิธีการป้องกันโรคคิดว่า​ ทุกวันนี้​ ทุกคนรู้กันเกือบหมดแล้ว​ เหลือแต่ว่า​ เราจะทำกันยังไงให้สามารถปฏิบัติได้จริง​ อาจารย์​ สัตวแพทย์​ นักวิชาการ​ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ​ หมดเวลาที่จะมาสัมมนาว่าสถานการณ์​โรคเป็นยังไง การป้องกันทำยังไง แต่ตอนนี้ต้องรุกให้หนัก​ด้านการปฏิบัติจริง​ โดยการลงพื้น​ที่จริง​ เน้นการคุยกัน​ในเรื่องปัญหาต่างๆ​ ที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน​ เช่น​ งบประมาณ​ กำลังคน​ ผลกระทบ​ เป็นต้น​ กำหนดขั้นตอนเมื่อฟาร์มเกิดโรคให้ชัดเจน​ (ถึงขั้นระบุ​ชื่อ​ใคร​ ทำอะไร​ ที่ไหน​ อย่างไร​ เมื่อไหร่​ รายงานผลเป็นอย่างไร​ แก้ปัญหาด้วยวิธีไหนถ้าไม่เป็นไปตามแผน)​ ซ้อมแผนการ​รับมือ​ให้เข้าถึงทุกระดับหรือประเภทฟาร์ม​ เพราะเมื่อเกิดโรคขึ้นมาจริงๆ​ จะทำอะไรไม่ถูกแน่นอนถ้าไม่ซ้อมไว้ก่อน​ ถึงจะซ้อมไว้ 100 ครั้งแล้วยังไม่ได้​ มันก็ยังถือว่าคุ้มแล้วสำหรับสถานการณ์​แบบนี้..

ที่สำคัญ​ “อย่าท้อ” และ​ “อย่าหนี” ต้องสู้กับมันให้ถึงที่สุด​ เรียนรู้ประสบการณ์​จากเพื่อนบ้าน​ ทั้งด้านดีและข้อผิดพลาด​ ทั้งด้านบวกและด้านลบ​ โดยเฉพาะในด้านที่เป็นบวกคิดว่า​ ณ​ เวลานี้สำคัญที่สุด​ เพื่อลดความหดหู่​ หมดหวัง​ และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ​ เช่น​ สเปนกำจัดโรคได้​ ถึงแม้ต่อสู้กันหลายปี รัสเซียมีระบาดตั้งแต่ปี​ 2007 ผ่านมา 12​ ปีแล้ว​ ถึงแม้ไม่จบแต่ก็ไม่ระบาดรุนแรงถือว่าควบคุมได้ กัมพูชา​ ประเทศเล็กๆ​ ถ้าเทียบความพร้อม​ สู้ไทยไม่ได้สักด้าน​ แต่ก็สู้เต็มที่​ จนผ่านมาแล้วหลายเดือนก็ยังไม่ระบาดหนัก​ ยังจำกัดอยู่ในเขตจังหวัดเดิมเท่านั้น

ทวีปยุโรป​ ถือเป็นต้นแบบการควบคุมโรคที่ดีที่สุด​ หลังจากการระบาดของโรครัฐบาลท้องถิ่นได้ใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและควบคุมมาตรการเฉพาะ ได้แก่ การทดสอบการสุ่มตัวอย่างตรวจ ASF สำหรับสุกรในประเทศและหมูป่าและการใช้มาตรการป้องกันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ​อย่างเข้มงวด​ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ASF มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

ประเทศไทยถ้าร่วมมือกันจริงจัง​ จะสามารถ​ก้ามผ่านวิกฤติ​ครั้งนี้ไปได้แน่นอน​ เราจะไม่มีโอกาสได้เห็นภาพความสามัคคี​ ความร่วมมือ​ ความมีน้ำใจ​ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน​ ไม่แย่งพรรคแบ่ง ไม่มีเส้นแบ่งกั้นด้วยการแข่งขันและผลประโยชน์​ทางธุรกิจ ของคนในวงการหมูแบบที่เป็นอยู่นี้แน่นอน​ถ้าไม่มีการระบาดของโรค​ ASF​ จ่อเข้ามาที่ประเทศไทย

ประเทศไทยมีจุดแข็ง 3 ด้าน​ ที่ไทยต้องเร่งสร้างเพื่อใช้ในการต้านทาน​ ASF คือ​ จุดแข็งด้านความร่วมมือ​​ จุดแข็งด้านการสื่อสาร​ จุดแข็งด้านการป้องกันโรค​
ไม่ว่าโรคนี้จะเข้าไทยหรือไม่​ ขอให้เชื่อว่า เราได้ทำกันเต็มที่แล้ว​ ขอให้เราอย่าโทษกันเอง​ ไม่ว่าฟาร์มไหนจะเกิดโรคก่อนหรือเกิดหลัง​ เร่งประสานความร่วมมือ​ และ“ก้าวผ่านวิกฤติ​นี้​ ไปด้วยกันให้ได้”


ขอขอบคุณ : น.สพ.อดิศักดิ์​ สมอ่อน CPF Swine Veterinary​ Service

Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com