ข่าว (News) ข่าวประชาสัมพันธ์ (Newsletter)

กรมอุทยานฯ เฝ้าระวังเข้ม!! หวั่น “ลัมปี สกิน” ระบาดฝูงควายป่า ห้วยขาแข้ง – ปศุศาสตร์ นิวส์

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เฝ้าระวังโรคลัมปี สกินของฝูงควายป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใกล้แนวเขตป่า

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กล่าวถึงสถานการณ์และการเฝ้าระวังโรคลัมปี สกินเป็นพิเศษของฝูงควายป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี ว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคนี้แล้ว ด้วยการประสานงานกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ไม่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใกล้แนวเขตป่าอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับจัดเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลาดตระเวนเฝ้าระวัง 20 นาย โดยเฝ้าระวังเป็นจุดๆป้องกันการลักลอบนำสัตว์มาเลี้ยงในพื้นที่และผลักดันไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พร้อมได้ก่อสร้างห้างนั่งดูสัตว์ชั่วคราวบริเวณแนวเขตของพื้นที่รับผิดชอบ หอสูง 9 เมตร ขนาดกว้าง 1.20 เมตร ความยาว 1.20 เมตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้นั่งเฝ้าสัตว์ ไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกป่าอนุรักษ์และไม่ให้สัตว์เลี้ยงของประชาชนเข้าไปในป่า

ที่ผ่านมาจับกุมผู้ฝ่าฝืนนำสัตว์มาเลี้ยง 1 ราย ทั้งนี้ จุดที่พบสัตว์เลี้ยงในจังหวัดอุทัยธานีที่ตายอยู่ห่างจากแนวเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งประมาณ 15 – 20 กิโลเมตร ซึ่งสาเหตุหลักของโรคลัมปี สกินติดต่อทางแมลงดูดเลือด ทำให้ปฎิบัติการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยเฉพาะกับสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ยาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำส้มควันไม้ที่ได้รับมาจากวัดท่าซุงรอบๆ บริเวณและปฎิบัติตามแนวทางป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งยังมีพื้นที่ยังคาบเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้งผาง จังหวัดตากด้วย จึงต้องเฝ้าระวังโรคเป็นพิเศษมากขึ้นด้วยการสร้างแนวกันชนและประสานกรมปศุสัตว์ในพื้นที่ให้ฉีดวัคซีนและกำจัดแมลงพาหะ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มงวด

ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันพบควายป่าในผืนป่าประเทศไทยเพียงแห่งเดียว คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งบริเวณริมลำห้วยขาแข้งทางตอนใต้ของผืนป่าเหลืออยู่ประมาณ 50 ตัว ส่งผลให้ประชากรควายป่าจึงเปราะบางเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยอย่างมาก สิ่งสำคัญควายป่ามีความเสี่ยงติดโรคลัมปี สกินและโรคต่างๆ จากควายบ้าน เพราะจะไปผสมพันธุ์กับควายบ้าน ทำให้เกิดโรคระบาดล้มตายจำนวนมาก สำหรับสถานภาพปัจจุบันของควายป่าเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 19 ชนิดของไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยไอยูซีเอ็น (IUCN) จัดให้อยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ (EN)

ขอบคุณที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Pasusart News
Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
http://pasusart.com