ข่าว (News) สุกร (Pig)

เสี่ยงโรคระบาด – ขายกันโจ่งครึ่ม ถึงเวลาขจัดหมูลักลอบนำเข้า

“เนื้อหมู” เป็นอาหารที่เกษตรกรไทยสามารถผลิตได้เองมาอย่างยาวนาน ไม่เคยต้องพึ่งพาหมูนำเข้า และยังสามารถส่งออก “หมูมีชีวิต” ไปขายให้เพื่อนบ้านในช่วงเวลาที่เขาขาดแคลนได้ด้วยซ้ำ แม้มีอุปสรรคจากปัญหาโรคระบาด ASF ในช่วง 2 ปีก่อน ที่ทำให้ซัพพลายหายไปจากระบบถึง 50% รวมถึงมีต้นทุนการป้องกันโรคที่ขยับสูงขึ้น กับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงขึ้นจากสงครามตามมา ส่งผลให้ราคาในช่วงนี้สูงขึ้น แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศก็ร่วมมือกันรักษาระดับราคาหน้าฟาร์มที่ 100 บาท/กก. เพื่อผู้บริโภค จนถึงวันนี้สถานการณ์ของหมูในประเทศไทยก็ไม่ได้ขาดแคลน และเกษตรกรไทยยังคงทำหน้าที่ผลิตอาหารชนิดนี้เพื่อคนไทยอย่างดีที่สุด

ช่องว่างของราคาหมูที่สูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้ “นักฉวยโอกาส” บางรายลักลอบนำเข้าหมูจากประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศตะวันตกเป็นหมูแช่แข็งเข้ามาในอาณาจักรไทย ปลูกฝังการพึ่งพาหมูนำเข้าให้ผู้บริโภค เพียงเพราะราคาหมูต่างชาติราคาถูกกว่า ด้วยเป็นชิ้นส่วนที่ต่างชาติไม่กิน หมูเหล่านี้หลีกเลี่ยงการตรวจโรคซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นพาหะนำโรคประจำถิ่นของหมูต่างชาติมาซ้ำเติมหมูไทย ไม่ผ่านขั้นตอนทางกฏหมาย ไม่เสียภาษีให้รัฐ โดยสำแดงเท็จเป็นอาหารสัตว์ หรืออาหารทะเล จนสามารถออกอาละวาดตามเขียงหมูในนครปฐม ราชบุรี รวมถึงภาคเหนือและภาคอีสานของไทยเป็นวงกว้าง

จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่กรมศุลการกร กรมปศุสัตว์ หรือกรมกองอื่นๆทีเกี่ยวข้องมาได้อย่างง่ายดาย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะขบวนการนี้หลอกเก่ง หรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่เองที่ตั้งใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของชาติ




ขณะนี้ความมั่นคงทางอาหารของหลายประเทศถูกสั่นคลอนอย่างชัดเจนจากสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อมากว่า 3 เดือน บางประเทศเลือกที่จะรับมือด้วยการระงับการส่งออกสินค้าของตน เช่น ยูเครนและรัสเซีย ระงับส่งออกข้าวสาลี อินเดียระงับส่งออกน้ำตาล อินโดนีเซียระงับส่งออกน้ำมันปาล์ม หรือล่าสุด มาเลเซีย ระงับการส่งออกไก่ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาปริมาณอาหารให้เพียงพอกับประชากรในประเทศของตน

ดร.ธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงโรม (FAO, IFAD, WFP) และผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ณ กรุงโรม กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า ในปีนี้ปัญหาความมั่นคงทางอาหารของโลกปรากฏเด่นชัดมาก ดัชนีอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 40% ซึ่งคำนวณจากธัญพืช น้ำมันพืช น้ำตาล เนื้อสัตว์ และนม เป็นต้น เกิดเป็นผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจากรัสเซียและยูเครน เป็นแหล่งผลิต ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ มันฝรั่ง น้ำตาล เมล็ดทานตะวัน และถั่วเหลือง อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก ส่วนรัสเซียยังเป็นแหล่งส่งออกแม่ปุ๋ยสำคัญของโลกด้วย ผลพวงจากราคาน้ำมันและราคาอาหารพุ่งสูง อาหารสัตว์แพงขึ้น แต่ละประเทศจึงดำเนินนโยบาย “พึ่งตนเอง” หันมาผลิตอาหารของตนให้เพียงพอและลดการส่งออก หรือระงับการส่งออกสินค้าบางชนิด และคาดว่าปัญหานี้จะยืดเยื้อไปอีก 2-3 ปี

หันกลับมามองที่ประเทศไทย ดร.ธนวรรษ เสนอให้ไทยเปลี่ยนวิธีคิดมาสู่การพึ่งตนเองเช่นกัน โดยพัฒนาสร้างความแข็งแกร่งในประเทศ นำเข้าให้น้อยลง ที่สำคัญคือ “ต้องทบทวนการพึ่งการนำเข้าที่เห็นว่าได้ราคาถูกกว่าการผลิตเองในประเทศ มาเป็นการพึ่งการผลิตเองในประเทศ” และควรมีการทำความตกลงหาสมดุลระหว่างเอกชนกับเกษตรกรในเรื่องราคาผลผลิตให้มีเสถียรภาพ

อันที่จริงประเทศไทยถือว่าโชคดีที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นเมืองเกษตรและเป็นครัวของโลก แม้ยังคงต้องพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์บางส่วนที่ไทยเราปลูกเองไม่ได้หรือไม่เพียงพอ แต่ก็น่าเสียใจถ้า “สินค้าที่ไทยผลิตได้เองอย่างเพียงพอ” เช่น เนื้อหมู กลับถูกรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้า หรือไม่จริงจังในการกวาดล้างแก้ไขซึ่งเท่ากับปล่อยให้เกิดการบ่อนทำลายความมั่นคงทางอาหารของประเทศ จากความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของคนบางกลุ่ม




ถ้าต้องการการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่ง พึ่งพาการผลิตในประเทศ สิ่งที่รัฐจำเป็นต้องทำมากที่สุด คือส่งเสริมให้ “เกษตรกร” ของไทยยืนอยู่บนขาของตนเอง สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเข้มแข็งยั่งยืน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม การจะพัฒนาการเลี้ยงหมูของชาติให้เข้มแข็ง จึงหมายถึงการช่วยลดอุปสรรคต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจและความมั่นใจให้เกษตรกรช่วยกันเพิ่มซัพพลายหมูให้สมดุล เช่น ต้องพยายามช่วยให้ต้นทุนการผลิตหมูต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีการนำเข้าวัตถุดิบ การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อยกระดับฟาร์มเลี้ยงหมูปลอดโรค หรือ การปล่อยราคาขายให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ใช่ตรึงราคาจนเกษตรกรอยู่ไมได้ และที่ลืมไมได้ คือ การล้างบางขบวนการลักลอบนำเข้าหมู ที่ดูดเลือดเกษตรกร กัดกร่อนความมั่นคงทางอาหารของชาติอยู่ในทุกวันนี้

เรื่องของความมั่นคงทางอาหารเป็นสิ่งที่ต้องวางแผนและเตรียมการ อย่าหลงตัวเองว่าน้ำในบ้านเรามีปลา หรือในนาเราจะมีข้าวตลอดไป โลกกำลังเปลี่ยนแปลงและก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สงคราม โรคระบาดและหายนะอีกหลายรูปแบบจะเข้ามาอีกเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ … หากไทยไม่พัฒนาตนเองให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองให้เต็มกำลัง สักวันหนึ่งทั้งข้าวทั้งปลาก็คงไม่เหลือ

… สามารถ สิริรัมย์ …



Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
https://pasusart.com