ข่าว (News) สัตว์ปีก (Poultry)

คนดังแวดวงไก่ ชี้ปี 66 “ไก่เนื้อ” ดีมานด์โตดันราคาดีด – ปศุศาสตร์ นิวส์

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัท สตาร์ ฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด ได้จัดเสวนาพิเศษ หัวข้อ “มุมมองธุรกิจไก่เนื้อปี 2566” โดยได้รับเกียรติจากกูรูแวดวงไก่เนื้อและปศุสัตว์ ร่วมวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางตลาดไก่เนื้อทั้งในและต่างประเทศ

น.สพ.ไชยศักดิ์ รุจธนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท สตาร์ ฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (SFG) กล่าวเปิดงาน และเผยว่า ในปี 2565 นี้นับว่าเป็นปีทองอีกปีหนึ่งของวงการไก่เนื้อ เนื่องจากหลายๆ สาเหตุไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงคราม หรือเรื่องโรคระบาดในคน และโรคระบาดของสัตว์เองก็ตาม ส่งผลให้ไก่เนื้อมีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งดูจากกราฟในปี 2565 นี้ ไม่น่าห่วง ดังนั้นจึงวิเคราะห์สถานการณ์ทิศทางไก่เนื้อในปี 2566 ว่าจะเป็นอย่างไร

คุณวีระพงษ์ ปัญจวัฒนกุล ประธานบริษัท พงษ์ศักดิ์การเกษตร จำกัด กล่าวว่าหลังจากที่วงการไก่เนื้อนิ่งมาประมาณ 3-4 ปี ในปีนี้ถือว่าพอที่จะชดเชยช่วงที่ผ่านมาได้ ซึ่งก่อนนี้มีเป้าหมายที่อยากจะเห็นเลย 4 (40 กว่าบาท/กก.) ก็ใช้เวลานานพอสมควร เป้าหมายต่อไปก็อยากจะให้ไปถึงเลข 5 (50 บาท/กก.) ซึ่งคาดว่าจะถึงเร็วๆ นี้แน่นอน สาเหตุที่ไก่ขึ้นราคา หลักๆ คือเรื่องของการส่งออก เพราะว่าประเทศไทยส่วนใหญ่เลี้ยงไก่เพื่อการส่งออก เพราะฉะนั้นถ้าหากต่างประเทศมีความต้องการสูง ประกอบกับสถานการณ์ Covid-19 เริ่มดีขึ้น หลายๆ ประเทศ เริ่มมีการเปิดประเทศมากขึ้น การใช้ชีวิตก็เริ่มกลับมาปกติ เพราะฉะนั้นคาดการณ์ว่าไก่เนื้อจะยังไปได้ดีจนถึงสิ้นปี 2565 แน่นอน รวมถึงธุรกิจสุกรก็เช่นกัน

ขณะนี้ถึงแม้ว่าวัตถุดิบอาหารสัตว์จะขึ้นราคา แต่ก็สามารถขายสินค้าได้ราคาดี เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ราคาวัตถุดิบขึ้นราคา แต่กลับขายสินค้าไม่ได้ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยผ่านมา ถือว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ส่วนในปี 2566 มองว่าธุรกิจไก่เนื้อยังไปได้สวย เพราะว่าสถานการณ์โลกในเรื่องของสงครามที่ยังไม่ยุติ มองว่าธุรกิจนี้ก็ยังไปได้ “ผมมองว่าอาชีพของเรา ถ้าไม่มีวิกฤตเข้ามา เราจะไม่ได้เงิน จะต้องมีวิกฤตเข้ามา ถ้าเราสามารถผ่านวิกฤตนั้นไปได้ ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ วงการหมูก็เช่นกัน”

คุณณัฐวุฒิ เรืองนิพนธ์กิจ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจไก่เนื้ออิสระรายย่อยไทย กล่าวว่าในนามของตัวแทนผู้เลี้ยงไก่เนื้อและผู้ขาย ในปีที่ผ่านมาถือว่าเจอวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อทุกๆ คน ทุกๆ ธุรกิจ และในปีนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และสำหรับธุรกิจปศุสัตว์เอง ถึงแม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะสูง แต่ก็ได้ราคาขายที่สูงขึ้นตาม ซึ่ง ณ ตอนนี้ราคาขายหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 46 บาท มองว่า 50 บาท อยู่ไม่ไกล และมีความเป็นไปได้สูง เทียบกับปริมาณไก่เนื้อ ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อเจอสภาวะเรื่องโรคระบาด ทำให้จำนวนแม่ไก่และลูกไก่หายไปพอสมควร บวกกับการเกิดวิกฤตสงครามในต่างประเทศด้วย ดังนั้นทุกๆ ประเทศมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง อย่างในประเทศไทยเองก็เกิดวิกฤตโรคในสุกร ทำให้จำนวนสุกรในประเทศลดลง เพราะฉะนั้นก็เป็นโอกาสดีของผู้ผลิตไก่เนื้อ คิดว่าในปี 2565 วงการไก่เนื้อก็ยังถือว่าไปได้สวย คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จะมีก็เพียงไก่ไม่พอ

คุณสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ กล่าวว่าหากมองในภาพรวมระดับประเทศแล้ว สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ส่วนปัญหาเรื่องวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่ายังทรงตัว หลังจากนี้ทางรัฐบาลเปิดประเทศ จะสามารถนำเข้าวัตถุดิบมาได้ บวกกับข้าวโพดที่กำลังออกมาใหม่ ส่วนปัจจัยร่วมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงหรือราคาน้ำมัน จะเป็นตัวทำให้แบกรับภาระมากกว่า หากมองภาพรวมจะเห็นว่าความต้องการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา ณ ตอนนี้การท่องเที่ยวเปิดเพียงเล็กน้อยยังดีขนาดนี้ หากในปีหน้าเปิดประเทศเต็มรูปแบบ มองว่าหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจะช่วยกระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้น การใช้จ่ายด้านอื่นๆ เพิ่มด้วย ยืนยันว่าแนวโน้มในปี 2565 ดีขึ้นแน่นอน

คุณนริสา เหล่าวรวิทย์ รองกรรมการใหญ่สายธุรกิจไก่ส่งออก บริษัทในเครือเซนทาโก กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์ว่าธุรกิจไก่เนื้อเป็นเรื่องที่มีขึ้นมีลงจริง ช่วงที่เป็นขาลงถ้าเราสามารถประคองตัวเองให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ เราก็จะเจอสิ่งที่ดีกว่า อย่าง 2-3 ปีที่ประคองกันมา จนถึงปีนี้ถือว่าฟ้าเปิดมีรอยยิ้มกันถ้วนหน้า ทำให้เราอยู่ได้กันยาวๆ สำหรับ บริษัท เซนทาโกฯ เอง ก็อยู่กันไปเรื่อยๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันไป เพราะธุรกิจไก่เนื้อในประเทศไทยอย่างไรก็เป็นประเทศส่งออกในอันดับต้นๆ ของโลก เพราะฉะนั้นอนาคตก็ยังไปต่อได้

ในส่วนของตลาดที่ผ่านมา รอบการผลิตของไก่เนื้อจะเห็นว่าเวลาแย่จะยาว แต่เวลาที่ดีก็จะดีมากๆ ในปี 2665 จะยังดีต่อเนื่อง ด้านตลาดในส่วนของการส่งออกยังไปได้ เพราะในสถานการณ์โควิตในต่างประเทศเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน หลายๆ โรงงานได้ลดการผลิตลง จึงทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้น เป็นจังหวะดีของประเทศไทยที่สามารถส่งออกและได้ราคาดี คาดว่าในปีหน้าธุรกิจไก่เนื้อยังไปได้ดี

ด้านคุณสุรณัฐ เขมธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ 1 บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าสำหรับวัตถุดิบหลักในการแปรรูปอาหารสัตว์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ “ถั่วเหลือง” สำหรับในปีนี้สต็อกถั่วเหลืองของโลกถือว่าต่ำมากเป็นประวัติการณ์ก็ว่าได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้น แนวโน้มในอนาคตจะดีขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เรื่องฟ้าฝนเป็นหลัก ซึ่งช่วงนี้ในประเทศอเมริกาก็เป็นช่วงที่มีการปลูกถั่วเหลือง คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือน สถานการณ์จะดีขึ้น แล้วด้วยราคาน้ำมันดิบโลกมีราคาสูงขึ้น ปุ๋ยขึ้นราคา ทำให้เกษตรกรแทบทั่วโลกหันมาปลูกพืชถั่วเหลืองมากขึ้น คาดว่าอนาคตราคาถั่วเหลืองจะถูกลง หากผลผลิตถั่วเหลืองโลกดีขึ้น

และอีกวัตถุดิบอีกตัวหนึ่งที่ให้ความสนใจ คือ “ข้าวโพด” กับ “ข้าวสาลี” เพราะมีผลกระทบจากเรื่องสงคราม และอาหารสัตว์ในประเทศไทยได้มีการใช้ข้าวสาลีนำเข้าปีละประมาณ 2 ล้านตัน หลังจากเกิดสงครามยูเครนทำให้วัตถุดิบดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นมาก จึงทำให้โอกาสผู้ผลิตอาหารสัตว์ส่วนใหญ่นำเข้าได้ลดลง

ท้ายนี้ น.สพ.ไชยศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน และจากภาพรวมที่วิทยาการกล่าวมาทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่าราคาไก่เนื้อในขณะนี้ยังไม่ใช่ราคาที่สูงสุด สามารถยืนยันได้ว่าในครึ่งปีหลังต่อจากนี้ ราคาไก่เนื้อจะมีทั้งทรงและขึ้นเท่านั้น เกษตรกรสามารถวางใจได้ในขณะนี้



#ไก่เนื้อ #เนื้อไก่ #ส่งออก #สัตว์ปีก

Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
https://pasusart.com