ข่าว (News) สัตว์ปีก (Poultry)

การป้องกัน คือหัวใจสำคัญ! ในการจัดการไข่พื้น

การป้องกันคือหัวใจสำคัญ! ในการจัดการไข่พื้นของแม่ไก่

ไข่พื้น (Floor eggs) มีโอกาสปนเปื้อนสูง ส่งผลให้อัตราการฟักลดลงและคุณภาพลูกไก่ด้อยลง เมื่อแม่ไก่เริ่มสร้างนิสัยวางไข่บนพื้นแล้ว การจะฝึกให้กลับมาไข่ในกรงนั้นทำได้ยากมาก ดังนั้น “การป้องกัน” จึงเป็นหัวใจสำคัญของโปรแกรมการจัดการ โดยเน้นที่การฝึกแม่ไก่ การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการวางไข่ในกรง และการกำจัดจุดอับที่ไก่อาจใช้เป็นที่วางไข่แทน แม้เป้าหมายที่ต้องการคือไม่มีไข่พื้นเลย แต่ในทางปฏิบัติควรคุมให้อยู่ที่ 2–3% ของผลผลิตทั้งหมด และลดลงให้ต่ำกว่า 2% เมื่อถึงช่วงผลผลิตสูงสุด โดยปกติไข่พื้นจะพบมากในช่วงเริ่มให้ผลผลิตและควรลดลงเมื่อเข้าสู่ช่วงผลผลิตสูงสุด

เริ่มต้นตั้งแต่ระยะไก่รุ่น

หากเป็นไปได้ ควรใช้ระบบให้อาหารและน้ำแบบเดียวกันทั้งในโรงเรือนเลี้ยงไก่รุ่นและไก่ระยะให้ผลผลิต ติดตั้งระบบน้ำไว้บนพื้นสแลทเพื่อฝึกให้ไก่คุ้นเคยกับการกระโดดขึ้นสแลทเพื่อกินน้ำ ติดตั้งคอนตั้งแต่อายุ 28 วันเพื่อให้ไก่ปรับตัวกับการเกาะคอน ใช้ความเข้มแสงขั้นต่ำ 10 ลักซ์ (หรือตามกฎหมายท้องถิ่น) เพื่อให้ไก่ตื่นตัว ห้ามใช้ลวดไฟฟ้าบนระบบให้อาหารและน้ำ เพราะจะทำให้ไก่กลัวและไม่กล้าเกาะคอน

กรงไข่และพฤติกรรมการวางไข่

กรงไข่ต้องมีทางเข้าที่แข็งแรง พื้นกรงมั่นคง และติดตั้งอย่างแน่นหนา ช่องเปิดของกรงไข่ควรมีขนาดใหญ่พอให้แม่ไก่เข้าไปกลับตัวและเดินออกได้สะดวก สแลทควรสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร และมีความลาดชันน้อยกว่า 5% สำหรับกรงไข่แบบแมนนวล ราวเกาะล่างสุดควรสูงจากพื้นไม่เกิน 55 เซนติเมตรและควรยื่นออกมาจากราวด้านบนอย่างน้อย 10 เซนติเมตร

เมื่อย้ายไก่เข้าโรงเรือนระยะให้ผลผลิต ให้ปิดกรงไข่ไว้จนกว่าไก่จะเริ่มแสดงพฤติกรรมสำรวจหาที่วางไข่ รักษาความสะอาดของวัสดุปูรองหรือหญ้าเทียมให้ดึงดูดความสนใจแม่ไก่เสมอ ปิดกรงในช่วงกลางคืนเพื่อป้องกันไก่เข้าไปนอนในกรง หากพบไข่พื้นจำนวนมาก อาจเปิดกรงก่อนเวลาเปิดไฟ 2–4 ชั่วโมง ความหนาแน่นของกรงไข่แบบแมนนวลคือ แม่ไก่ 3–4 ตัว/ช่อง ส่วนกรงไข่แบบโคโลนีไม่ควรเกิน 40 ตัว/ความยาวกรง 1 เมตร

ในช่วงเริ่มให้ไข่ ผู้เลี้ยงควรเดินตรวจโรงเรือนเพื่อกระตุ้นให้ไก่ออกจากพื้นที่คุ้ยเขี่ยและขึ้นไปบนสแลท ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของผลผลิต ให้เดินตรวจ 10–12 รอบต่อวัน หลังจากนั้นลดเหลือ 6 รอบต่อวัน หากพบแม่ไก่กำลังจะวางไข่บนพื้น ให้ค่อย ๆ อุ้มและนำไปวางในกรงไข่ เก็บไข่พื้นทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ไก่จดจำว่าพื้นคือที่สำหรับวางไข่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แก้ไขยาก และห้ามนำไข่พื้นมาปนกับไข่กรง สำหรับกรงไข่ระบบอัตโนมัติให้เดินระบบวันละ 2–3 ครั้งแม้ไก่ยังไม่เริ่มไข่ เพื่อให้ไก่เคยชินกับเสียงระบบสายพานกรงไข่

การให้อาหารและแสงสว่าง

แม่ไก่มักวางไข่ภายใน 6 ชั่วโมงหลังเปิดไฟ จึงแนะนำให้เดินระบบให้อาหารภายใน 30 นาทีหลังเปิดไฟ หรือรอจนกว่าจะครบ 6 ชั่วโมงหลังเปิดไฟจึงค่อยให้อาหาร เพื่อไม่ให้การกินอาหารรบกวนช่วงเวลาวางไข่ พยายามรักษาเวลาการให้อาหารให้ต่อเนื่องจากช่วงเลี้ยงรุ่น สังเกตการณ์ในช่วงให้อาหารว่าพื้นที่การกินอาหารเพียงพอหรือไม่ หรือมีจุดใดที่อุปกรณ์ให้อาหารขวางทางเข้ากรงไข่หรือไม่

พยายามกระจายแสงให้สม่ำเสมอทั่วโรงเรือน เพิ่มไฟในจุดอับหรือจุดที่เป็นเงามืดเพื่อไม่ให้ไก่ไปแอบวางไข่ เช่น เหนือพื้นสแลท หรือใต้กรงไข่แบบแมนนวล ความเข้มแสงหน้ากรงไข่ระบบอัตโนมัติต้องไม่สว่างเกินไปกว่าบริเวณพื้นร่องกลางสำหรับคุ้ยเขี่ย หลีกเลี่ยงกระแสลมเย็นหรือลมโกรกพัดเข้าหากรงไข่โดยตรงเพราะจะทำให้แม่ไก่ไม่ยอมเข้ากรง การระบายอากาศที่ไม่สม่ำเสมอจะทำให้ไก่ไปรวมตัวอยู่จุดเดียว ส่งผลให้จำนวนกรงไม่สมดุลกับจำนวนไก่ในจุดนั้น

ติดตั้งรางอาหารไก่เพศผู้ให้ห่างจากบริเวณกรงไข่เพื่อไม่ให้ขวางทางแม่ไก่ ระวังจำนวนไก่เพศผู้ที่มากเกินไปหรือที่สมบูรณ์พันธุ์เร็วกว่าแม่ไก่เพราะจะเกิดการไล่ผสมพันธุ์มากเกินไป (Over-mating) จนแม่ไก่หนีไปแอบในกรงและส่งผลให้พื้นที่กรงไข่ลดลง ไก่ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว เจ็บป่วย หรือเครียดจากความร้อนจะเฉื่อยชาและไม่ค่อยยอมปีนขึ้นสแลทเพื่อเข้าไปวางไข่ในกรง

การป้องกันไข่พื้นต้องอาศัยการจัดการแบบองค์รวมโดยเริ่มต้นตั้งแต่โรงเรือนไก่รุ่นและส่งเสริมให้แม่ไก่ใช้กรงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการวางไข่ การใช้กลยุทธ์เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ได้ไข่ฟักที่สะอาด ปรับปรุงคุณภาพลูกไก่ และยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในโรงฟัก

ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Info Center เว็บไซต์ www.aviagen.com หรือสแกนรหัส QR

Pasusart News
No.1 Livestock Online Magazine in Thailand
https://pasusart.com