“ศพร.” จับสารเร่งเนื้อแดง 1,328 กิโลกรัม สกัดกั้นเนื้อสัตว์อันตรายสู่ผู้บริโภคและประชาชน
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายว่า ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ ศพร. บูรณาการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรีเข้าทำการตรวจค้นสถานที่ประกอบกิจการค้าอาหารสัตว์ (อาหารโค) 2 จุด ในพื้นที่อำเภอบ้านแหลมและอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ามีร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ (โค) แอบลักลอบจำหน่ายสารเร่งเนื้อแดง (สารเบต้า-อะโกนิสต์) ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค เพื่อนำมาผสมในอาหารสัตว์ ให้สัตว์ไขมันลดลงและได้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเนื้อสัตว์ดังกล่าว
ผลการตรวจค้นทั้งสองจุดพบว่า เป็นสถานที่ประกอบกิจการค้าอาหารสัตว์มีใบอนุญาตค้าขายถูกต้อง มีการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรภายในจังหวัด โดยถือเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี และยังพบว่าทั้งสองสถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบจำหน่ายสารเร่งเนื้อแดงจริง ดังนี้ จุดที่หนึ่ง พื้นที่อำเภอบ้านแหลม พบสารเร่งเนื้อแดงจำนวน 52 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 1,300 กิโลกรัม และจุดที่สอง พื้นที่อำเภอบ้านลาด พบสารเร่งเนื้อแดงจำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 28 กิโลกรัม รวมสารเร่งเนื้อแดงที่ตรวจยึดได้จำนวน 1,328 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดสารเร่งเนื้อแดง (เบต้า-อะโกนิสต์) ดังกล่าว เพื่อนำส่งไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นการตรวจยึด สารเร่งเนื้อแดงครั้งใหญ่ที่สุดในเขตภาคกลาง ซึ่งส่วนมากจะสามารถตรวจยึดและจับกุมได้แต่เพียงกลุ่มผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น โดยพบสารเร่งเนื้อแดงเป็นจำนวนมาก หากนำสารดังกล่าวไปผสมเป็นอาหารสัตว์ สามารถผลิตอาหารสัตว์ได้มากกว่า 140,000 กิโลกรัม หากผู้บริโภครับประทานเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างเข้าไป อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายทั้งในระยะสั้น ทำให้มีผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น อาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก วิงเวียน ปวดศีรษะ กระวนกระวาย ระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น แน่นหน้าอก ความดันผิดปกติ ระบบทางเดินอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน โดยกลุ่มเสี่ยงสูงได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ และหอบหืด โดยอาจเกิดอาการรุนแรงถึงชีวิต ส่วนผลกระทบในระยะยาว สารเคมีสะสมอาจรบกวนฮอร์โมนและการเผาผลาญของร่างกาย ส่งผลต่อหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนัก เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง และส่งผลเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ในระยะยาว
โดยผู้ที่ใช้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเร่งเนื้อแดง มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ศพร. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับทราบถึงอันตรายของการใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตหรือเพิ่มน้ำหนักของเนื้อสัตว์ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค และขอเน้นย้ำว่า ไม่ควรนำสารเร่งเนื้อแดงมาผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายและใช้สารเร่งเนื้อแดงผสมในอาหารสัตว์อย่างเด็ดขาดต่อไป








