กรมการค้าภายใน เดินหน้าคุมเข้มการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด และเจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบลานรับซื้อและโรงงานอาหารสัตว์อย่างต่อเนื่อง เน้นความถูกต้องของเครื่องวัดความชื้น การปิดป้ายราคารับซื้อ และการรับซื้อตามคุณภาพผลผลิต เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกร
(11 กันยายน 2569) นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด โดยระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม – 9 กันยายน 2569 ได้ตรวจสอบในพื้นที่ 21 จังหวัด รวม 151 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานอาหารสัตว์ 30 แห่ง และผู้รวบรวม 121 แห่ง ผลการตรวจสอบ พบว่า 136 แห่งปฏิบัติถูกต้อง และพบการกระทำผิด 15 ราย
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ประเด็นที่กรมฯ ให้ความสำคัญ คือ ความถูกต้องของเครื่องวัดความชื้น เนื่องจากค่าความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพด หากเครื่องวัดไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ
จากการตรวจสอบผู้กระทำผิด 15 ราย เป็นกรณีใช้เครื่องวัดความชื้นที่ไม่มีเครื่องหมายคำรับรองหรือคำรับรองสิ้นอายุ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับบุคคลธรรมดา 12 ราย รายละ 10,000 บาท และนิติบุคคล 3 ราย รายละ 20,000 บาท
“ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด เกษตรกรต้องขายผลผลิตในเวลาจำกัด โดยเฉพาะข้าวโพดที่มีความชื้นสูง ดังนั้นจุดรับซื้อทุกแห่งต้องให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น ไปจนถึงการกำหนดราคารับซื้อ เครื่องวัดทุกเครื่องต้องมีความถูกต้อง มีเครื่องหมายคำรับรองที่ยังไม่หมดอายุ เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็อาจหมายถึงรายได้ของเกษตรกรที่หายไป กรมการค้าภายในจะตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและจริงจัง” นางสาวญาณีกล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมการตรวจสอบ พบว่า ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างชัดเจน ทั้งบริเวณจุดรับซื้อและหน้าสถานประกอบการ และจากการตรวจสอบเอกสารการรับซื้อพบว่าผู้ประกอบการรับซื้อตามคุณภาพของผลผลิต
นางสาวญาณีกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะติดตามสถานการณ์การรับซื้อในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาด พร้อมตรวจสอบทั้งเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น การปิดป้ายราคา และหลักเกณฑ์การหักลดราคาตามคุณภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจับหรือการปรับ แต่คือทำให้ระบบรับซื้อมีมาตรฐาน ผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้อง และเกษตรกรมั่นใจว่า ข้าวโพดทุกกิโลกรัมและทุกเปอร์เซ็นต์ความชื้นได้รับการวัดอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม” รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าว
โดยในการลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท เหรียญทอง (1992) จำกัด อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม พบว่า ปัจจุบันบริษัทรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เบอร์ 2 ราคา 9.80 บาท/กก. และเบอร์ 3 ราคา 9.45 บาท/กก. ที่ความชื้นไม่เกิน 14.5% โดยพบว่า มีการรับซื้อตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ มีการติดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และไม่พบการติดคิวรับซื้อแต่อย่างใด
สำหรับจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ผลผลิตสำคัญ ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ลงพื้นที่อำเภอเมือง พบว่า เริ่มมีการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาด โดยราคารับซื้อข้าวโพดเมล็ดที่ความชื้น 30% เบอร์ 2 อยู่ที่ 7.09 บาท/กก. เบอร์ 3 อยู่ที่ 6.40–6.80 บาท/กก. ความชื้น 14.5% อยู่ที่ 7.95–8.35 บาท/กก. และข้าวโพดชนิดฝัก อยู่ที่ 3.50–4.00 บาท/กก. ผู้ประกอบการที่ตรวจสอบมีการปิดป้ายราคา และใช้เครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้นที่ที่มีเครื่องหมายคำรับรอง
ส่วนจังหวัดตาก ซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับราคาข้าวโพดตกต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอพบพระและแม่สอด นางสาวญาณีกล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตากได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าผลผลิตเพิ่งออกสู่ตลาดประมาณ 2% มีความชื้นสูง ทำให้ราคาปรับลดจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 0.10–0.20 บาท/กก. โดยพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตก ข้าวโพดชนิดฝักรับซื้อประมาณ 3.30–3.50 บาท/กก. ขณะที่ฝั่งตะวันออกอยู่ที่ 4.80–4.90 บาท/กก. และข้าวโพดเมล็ดความชื้น 30% อยู่ที่ 6.50–6.80 บาท/กก.
“ส่วนต่างของราคาในแต่ละพื้นที่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ทั้งคุณภาพและความชื้นของผลผลิต รวมถึงต้นทุนและระยะทางขนส่ง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอพบพระและแม่สอดที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ข้าวโพดมีความชื้นสูง บางส่วนยังสด เปียก หรือมีเมล็ดงอก ส่งผลต่อคุณภาพและราคารับซื้อ อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะไม่ปล่อยให้กลไกเหล่านี้เป็นช่องทางให้เกิดการกดราคารับซื้อ ซึ่งพาณิชย์จังหวัดได้ติดตามราคาและการรับซื้ออย่างใกล้ชิด” นางสาวญาณีกล่าว
ทั้งนี้ ผลผลิตข้าวโพดของจังหวัดตากจะออกสู่ตลาดมากในช่วง ตุลาคม–ธันวาคม 2569 กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงผลผลิตออกกระจุกตัว เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่สอดคล้องกับคุณภาพและเกิดความเป็นธรรมในการซื้อขาย









