บทบาทของวัคซีนเจเนอเรชันใหม่ในการควบคุมโรค PRRS อย่างยั่งยืน
ในประเทศไทย PRRS ถือเป็นโรคสำคัญของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรมายาวนาน โดยพบการติดเชื้อ Porcine reproductive and respiratory syndrome virus (PRRSV) อย่างแพร่หลายในฟาร์มสุกรเชิงพาณิชย์ และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิด Porcine Respiratory Disease Complex (PRDC) เนื่องจากไวรัสสามารถกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สุกรมีความไวต่อการติดเชื้อจากเชื้อก่อโรคอื่นเพิ่มขึ้น¹
PRRSV เป็นไวรัส RNA ที่มีอัตราการกลายพันธุ์สูง ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมของไวรัสทั้งในระดับภูมิภาคและภายในฟาร์มเดียวกัน² PRRSV สามารถแบ่งออกได้เป็นสอง genotype หลัก ได้แก่ PRRSV-1 (EU) และ PRRSV-2 (US) ซึ่งมีรายงานการระบาดของไวรัสทั้งสองชนิดในหลายประเทศของเอเชีย รวมถึงประเทศไทย และในบางกรณีสามารถพบการติดเชื้อร่วมของทั้งสอง genotype ภายในฟาร์มเดียวกัน³
การมีไวรัสหลายสายพันธุ์ในฟาร์มเดียวกันเพิ่มความซับซ้อนในการควบคุมโรค และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไวรัสลูกผสม (recombination) ระหว่างไวรัสต่างสายพันธุ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถในการแพร่กระจายหรือก่อโรคแตกต่างจากเดิม สถานการณ์ดังกล่าวพบได้ในหลายประเทศในเอเชียที่มีระบบการผลิตสุกรขนาดใหญ่ เช่น จีน เวียดนาม และประเทศไทย⁴
ปัจจุบัน การควบคุมโรค PRRS ในฟาร์มสุกรอาศัยมาตรการหลายด้านร่วมกัน เช่น การจัดการ ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และการใช้วัคซีน โดยวัคซีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Modified Live Vaccine (MLV) ซึ่งพัฒนาจากไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนกำลังลง วัคซีนชนิดนี้สามารถกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความรุนแรงของโรค รวมถึงลดปริมาณไวรัสในเลือดในฟาร์มที่มีการระบาดของ PRRS ได้⁵
อย่างไรก็ตาม วัคซีน MLV ยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เนื่องจากไวรัสในวัคซีนยังสามารถเพิ่มจำนวนในสัตว์ได้ และในบางกรณีอาจแพร่กระจายไปยังสุกรตัวอื่นในฝูง นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการใช้วัคซีน MLV อาจเพิ่มแรงกดดันทางวิวัฒนาการต่อไวรัสภาคสนาม และอาจเกิด recombination ระหว่างไวรัสวัคซีนและไวรัสภาคสนาม ซึ่งนำไปสู่การเกิดสายพันธุ์ใหม่ได้⁶
เพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนรูปแบบใหม่ เช่น Codon-Pair Deoptimization (CPD) ซึ่งเป็นเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมที่ปรับเปลี่ยนคู่โคดอนในจีโนมของไวรัสโดยไม่เปลี่ยนลำดับกรดอะมิโนของโปรตีน ตัวอย่างวัคซีนที่มีการพัฒนา และมีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน คือวัคซีน Chimeric CPD-NSP1 MLV โดยใช้เทคโนโลยี CPD ที่ตำแหน่งยีน ส่วนที่ผลิตโปรตีน NSP1 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มจำนวนของไวรัสและการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ ด้วยเหตุนี้ วัคซีน CPD-MLV จึงมีศักยภาพในการเพิ่มความปลอดภัย ลดผลข้างเคียงหลังการทำวัคซีน และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในรูปแบบ cell-mediated immunity (CMI) และ humoral immunity (HMI) อีกทั้งไวรัสยังมีความเสถียรทางพันธุกรรมสูง ซึ่งช่วยลดโอกาสการกลายพันธุ์และการเกิดไวรัสลูกผสม⁷⁻⁸
จากการเก็บข้อมูลการใช้ในภาคสนามพบว่า กลุ่มสุกรที่ได้รับวัคซีน CPD-MLV มีแนวโน้มให้ผลผลิตดีกว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีน MLV แบบเดิม โดยในช่วงอนุบาล อัตราการตายอยู่ที่ 1.12% เทียบกับ 1.32% และ อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (ADG) อยู่ที่ 308.9 กรัม/วัน เทียบกับ 279.7 กรัม/วัน ส่วนในช่วงขุน อัตราการตายอยู่ที่ 2.99% เทียบกับ 3.08% และค่า ADG อยู่ที่ 893.9 กรัม/วัน เทียบกับ 862.2 กรัม/วัน ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในฟาร์มที่มีการระบาดของ PRRSV-1 และ PRRSV-2 ร่วมกัน พบว่ากลุ่มสุกรที่ได้รับวัคซีน CPD-MLV มีอัตราการสูญเสียและการคัดทิ้งต่ำกว่า วัคซีน MLV แบบเดิม อยู่ที่ 3.55% เทียบกับ 4.28% และมีประสิทธิภาพการใช้อาหาร (FCR) ดีกว่า อยู่ที่ 2.57 เทียบกับ 2.72 รวมถึง กลุ่ม CPD-MLV ตรวจพบไวรัสในเลือดช้ากว่ากลุ่มวัคซีน MLV แบบเดิม ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของวัคซีนในการควบคุมการติดเชื้อภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการติดเชื้อร่วมของไวรัสหลายสายพันธุ์
ผลลัพธ์จากการใช้งานในภาคสนามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า วัคซีนที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี CPD อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุม PRRS ในสภาพแวดล้อมที่มีการหมุนเวียนของไวรัสหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการใช้วัคซีนที่มีความปลอดภัยและความเสถียรทางพันธุกรรมสูงร่วมกับมาตรการจัดการฟาร์มและความปลอดภัยทางชีวภาพที่เหมาะสม อาจช่วยลดผลกระทบของโรค PRRS ต่ออุตสาหกรรมสุกรได้อย่างยั่งยืน

บทความโดย
น.สพ.ธงชัย อมรรัตนาภรณ์
Swine veterinary service associate บริษัท ซีวา แอนิมัล เฮลธ์ (ประเทศไทย) จำกัด
เอกสารอ้างอิง
- Zimmerman JJ, et al. Porcine reproductive and respiratory syndrome virus (PRRSV): Overview and history. Vet Microbiol. 2021.
- Hanada K, et al. The origin and evolution of PRRSV. Virus Res. 2005.
- Thanawongnuwech R, et al. Epidemiology of PRRS in Southeast Asia. Vet Microbiol. 2004.
- Li Y, et al. Evolution and spread of PRRSV in Asia. Front Vet Sci. 2022.
- Murtaugh MP, et al. PRRS virus vaccines: current strategies and future perspectives. Vet Microbiol. 2010.
- Shi M, et al. The evolutionary dynamics of PRRSV. Virus Evol. 2019.
- Coleman JR, et al. Virus attenuation by genome-scale codon-pair deoptimization. Science. 2008.
- Chen Z, et al. PRRSV NSP1 antagonizes host interferon responses. J Virol. 2014.





