“สรวุฒิ” ผบ.ศพร.กษ. สั่งสกัดบริษัทนำเข้าเนื้อสัตว์เกรดพรีเมี่ยมชื่อดัง เล่นไม่ซื่อ สำแดงเท็จ ลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ 21 รายการ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท
ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ร่วมกับ กรมศุลกากรโดย สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สกัดจับการลักลอบนำเข้าสินค้าซากสัตว์เกรดพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส ผ่านทางสายการบิน คลังสินค้าขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวนมาก ปะปนมากับสินค้าประมงและสินค้าเกษตรอื่น ส่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ และ พ.ร.บ. ศุลกากร พร้อมยึดของกลางไว้ทำลายเพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ และคุ้มครองผู้บริโภค
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่าได้รับแจ้งเบาะแสพฤติกรรมของบริษัทนำเข้าเนื้อสัตว์เกรดพรีเมี่ยมชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยม ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบด้านโรคและสุขอนามัยและยังไม่ได้รับการอนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 แล้วนำมาส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารในโรงแรมและร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในราคาสูง จึงได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ดำเนินการตรวจสอบโดยทันที โดยจากการตรวจสอบพบซากสัตว์นำเข้า ผ่านทางสายการบิน ณ คลังสินค้าขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (CI) ระบุแหล่งที่มาจากต่างประเทศ (ประเทศฝรั่งเศส) จำนวนมาก ปะปนมากับสินค้าประมงและสินค้าเกษตรอื่น ซึ่งไม่ตรงตามการขออนุญาตและใบอนุญาตฯ ที่ขออนุญาตมาเฉพาะสินค้าประมง จึงถือว่าเข้าข่ายฐานความผิดมาตรา 31 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และ พระราชบัญญัติศุลกากร 2560
ปฏิบัติการครั้งนี้ ตรวจพบสินค้าสินค้าซากสัตว์ จำนวน 21 รายการ อาทิเช่น เนื้อวัวหมักเกลือ เนื้อหมูป่า ตับหมูป่า แก้มหมูรมควัน อกไก่งวงรมควัน นกกระทาแช่เย็น ซากนกพิราบ เนื้อเป็ด อกไก่ อกเป็ด น่องเป็ด สันนอกแกะติดกระดูก แฮมวัวกระป๋อง ซาลามี พาร์มาแฮม มากกว่า 2,000 กิโลกรัม รวมมูลค่า 1,201,851.5 บาท ทำให้มีความเสี่ยงต่อเชื้อโรคระบาดปะปนมากับซากสัตว์และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สารวัตรกรมปศุสัตว์จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมยึดอายัดซากสัตว์ไว้เป็นของกลางเพื่อทำลาย ป้องกันโรคระบาดที่อาจปนเปื้อนมากับซากสัตว์ดังกล่าว ที่อาคารคลังสินค้าการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรดำเนินการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าตามกฎหมายต่อไป
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กล่าวต่อไปว่า การลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์จากต่างประเทศรวมถึงการเคลื่อนย้ายภายในประเทศที่ไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ร้ายแรงในสัตว์และโรคสัตว์สู่คน ซึ่งซากสัตว์ดังกล่าวอาจเป็นพาหะของโรคปากและเท้าเปื่อย โรคลัมปีสกิน และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นต้น ส่งผลต่อความเสียหายต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ภายในประเทศ อีกทั้ง ยังไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมถึงมาแทรกแซงกลไกตลาดอย่างไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรในประเทศ จึงได้สั่งการให้ ด่านกักกันสัตว์ทุกด่าน เข้มงวด ควบคุม ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการลักลอบนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ เพื่อผลักดันภารกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายอันสูงสุด คือ ผู้บริโภคได้รับสินค้าปศุสัตว์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย รวมไปถึงเกษตรกรและอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าปศุสัตว์ของประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน
หากผู้ประกอบการและประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับข้อมูล หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่ดาวน์โหลดและติดตั้งได้ในโทรศัพท์ทุกระบบ ซึ่งกรมปศุสัตว์พร้อมที่จะนำข้อมูลที่ได้ รับแจ้งไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด./









