“สภาการสัตวบาล” ได้ นายกฯ คนแรก รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ พร้อมคณะผู้บริหารชุดแรก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานสัตวบาลไทย

(10 สิงหาคม 2569) ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการสัตวบาลไทย เมื่อสภาการสัตวบาลมีมติเลือก รองศาสตราจารย์ ดร. สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ดำรงตำแหน่งนายกสภาการสัตวบาล พร้อมจัดตั้งคณะผู้บริหารชุดแรก วางรากฐานการทำงานตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. 2565 ณ ห้องประชุมพระพิรุณ ชั้น 2 อาคารที่ทำการสมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom Conference)
ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสภาการสัตวบาล ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และมีมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งคณะผู้บริหารสภาการสัตวบาล ซึ่งนับเป็นคณะผู้บริหารชุดแรกภายหลังการจัดตั้งสภาการสัตวบาล ประกอบด้วย
• รองศาสตราจารย์ ดร. สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ นายกสภาการสัตวบาล
• ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพบูลย์ ใจเด็ด อุปนายกสภาการสัตวบาล คนที่ 1
• นายสมศักดิ์ ฤทธิ์จรุง อุปนายกสภาการสัตวบาล คนที่ 2
• นายปรีชา บัวทองจันทร์ เลขาธิการสภาการสัตวบาล
• ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทองเลียน บัวจูม รองเลขาธิการสภาการสัตวบาล
• นายวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม นายทะเบียน
• นายเศกสรรค์ สวนกูล ประชาสัมพันธ์
• ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุพิน ผาสุข เหรัญญิก
• นายศิขัณฑ์ พงษพิพัฒน์ ที่ปรึกษา
• อธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่ปรึกษา
• นายกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ปรึกษา
โดยคณะกรรมการสภาการสัตวบาลชุดดังกล่าวมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการบริหารองค์กรให้มีความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. 2565 โดยสภาการสัตวบาลมีบทบาทสำคัญในการกำกับ ดูแล และส่งเสริมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ส่งเสริมจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ พัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพ รับรองมาตรฐานวิชาชีพ และสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการสัตวบาลของประเทศ
สภาการสัตวบาล มุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาวิชาชีพการสัตวบาลให้เป็นองค์กรวิชาชีพที่เข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านสัตวบาล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคปศุสัตว์ไทย และสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน